Posted by: สิงห์ขาว | สิงหาคม 10, 2011

“แม่” ในทัศนะท่านอาจารย์พุทธทาส

“แม่” ในทัศนะท่านอาจารย์พุทธทาส คัดย่อ โดย พระปัญญานันทมุนี เจ้าอาวาสวัดปัญญานันทาราม

 
 “ในโลกนี้  ถ้าคนทั่วโลกต่างรู้จักแม่ รู้จักลูกเป็นอย่างดี แล้ว  ประพฤติต่อกันและกันระหว่างแม่กับลูกเป็นอย่างดีแล้ว โลกนี้ก็จะมีความสุข  โลกนี้ก็จะมีสันติสุข  สันติภาพมหาศาล  ถึงที่สุด  ไม่มีอะไรเปรียบได้”

ความหมายของ  “แม่ ๓ ระดับ”
 “เราจะดูกันใน  ๓  ลักษณะ  เมื่อดูแล้ว  ก็พูดออกมา  ในภาษาคน  ภาษาคนธรรมดา  กลางถนนหนทางทั่วไป  คนธรรมดาพูด  แม่จะมีความหมายอย่างไร  ถ้าพูดภาษาธรรม  ภาษาที่ผู้รู้ธรรมะพูด  แม่มีความหมายอย่างไร  ถ้าเป็นภาษาปรมัตถ์  คือภาษาในทางธรรมะสูงสุดเป็นโลกุตตระแล้ว แม่มีความหมายอย่างไรนี้เป็น  ๓  ลักษณะด้วยกันอย่างนี้”

๑. ระดับภาษาคนธรรมดา
 “ในความหมาย  หรือ คุณค่า และความประเสริฐของคำว่า “แม่” นั้น เอากันง่ายๆ  เด็กๆ ก็รู้ว่า  ถ้าไม่มีแม่  โลกนี้มันก็ไม่มี  โลกนี้มันก็สูญสิ้นไป  ถ้าไม่มีแม่  โลกจะเป็นอย่างไร  ก็คิดดูได้ จะไม่มีคนเหลืออยู่สักคนหนึ่ง”
 “หรือถ้าว่าไม่มีแม่ที่ถูกต้อง  มันจะมีแต่คนที่มิใช่คน มันจะไม่มีคนที่มีจิตใจอย่างคน ถ้าแม่ไม่ถูกต้อง  มันก็จะเป็นลูกที่มีจิตใจอย่างลูกของสัตว์  แล้วมันจะไม่มีสิ่งที่เรียกว่ามนุษย์  คือคนที่มีความรู้สึกถูกต้องเป็นมนุษย์  ก็จะไม่มี ถ้าไม่มีแม่มาอบรมสั่งสอนเรื่องทางจิตใจ ทางวิญญาณ ทางวัฒนธรรม นี่มันก็ไม่มีคน หรือถึงกับไม่มีมนุษย์”
 “ภาษาคน แม่มีความหมายแต่เพียงว่า ไม่ให้มนุษย์สูญพันธุ์ที่ดี ไม่ให้สูญพันธุ์ที่สูง มันก็มีเท่านั้นนะ ภาษาคนธรรมดาให้ความหมายแก่แม่อย่างนี้”

๒. ระดับจริยธรรม
 “ทีนี้ พูดในภาษาธรรม ที่สูงขึ้นไปกว่าภาษาคน เราจะพูดได้ว่า พระพุทธเป็นพ่อ พระธรรมเป็นแม่ พระสงฆ์เป็นพี่ คิดดูเถอะ แม่คืออะไร แม่คือพระธรรม พระธรรม คือ แม่ มีพระพุทธเป็นพ่อ พะสงฆ์ทั้งหลายก็เป็นพี่ของเรา มีพระธรรมเป็นแม่ เป็นแม่ทางจิตทางวิญญาณ แล้วก็สูงขึ้นไป สูงขึ้นไป จนได้บรรลุมรรค ผล นิพพาน  นี่อย่างนี้เรียกว่ามีพระธรรมเป็นแม่

๓. ระดับปรมัตถธรรม
 “ทีนี้ ก็มาถึง ภาษาปรมัตถ์ หรือ อภิปรมัตถธรรม อภิปรมัตถ์ คือที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง  ท่านทั้งหลายก็คงจะไม่เคยได้ยินได้ฟัง หรือไม่เคยได้นึกได้คิดก็ได้ ข้อนี้เป็นภาษาอุปมา เป็นภาษาความหมาย แต่ก็พูดตรงๆ เหมือนกัน พูดสั้นๆ ก็ว่า แม่ คือ สิ่งที่ต้องฆ่าเสีย เป็นอย่างไร เมื่อท่านทั้งหลายได้ยินอย่างนี้”
 

“แม่ คือ สิ่งที่ต้องฆ่าเสีย นี่เป็นภาษาปรมัตถ์ เป็นภาษาธรรมะอันสูงสุด พระพุทธภาษิตก็มีว่า “มาตรํ ปิตรํ หนฺตวา – ให้ฆ่าแม่ ฆ่าพ่อเสีย  “อกตญฺญูสิ พฺราหฺมณ – เป็นคนอกตัญญูเถิดพราหมณ์ นี่พระพุทธเจ้าตรัสอย่างนี้ก็มี”
“มันเป็นภาษาปรมัตถ์ มันสูงกว่าภาษาคน คนคงไม่เข้าใจ ขอใช้คำนี้ มันสะดวกหน่อย คนโง่ไม่เข้าใจ เพราะว่าตามหลักธรรมะนั้น สิ่งที่สร้างสรรค์ปรุงแต่งสิ่งที่มีชีวิตขึ้นมา ให้เกิดเป็นตัวกู-ของกู ที่ได้มาเกิดเป็นตัวกู-ของกูนั้น อวิชชาเป็นพ่อ ตัณหาเป็นแม่ พอได้ทำหน้าที่แล้ว มันก็คลอดออกมาเป็นตัวกู เป็นของกู ตัวกู-ของกู นี้ต้องทำลายเสียให้หมดสิ้นจึงจะบรรลุนิพพาน เมื่อจะต้องฆ่าตัวกู-ของกู มันก็ต้องฆ่าพ่อฆ่าแม่ ฆ่าพ่อคืออวิชชา  ฆ่าแม่คือตัณหาเสีย”
 

“ทีนี้ก็ เป็นคนอกตัญญู ท่านคงไม่ได้ยินได้ฟังกันนัก อกตัญญู นี่มันแปลว่าอะไร  อกตัญญู แปลว่า ไม่รู้คุณผู้อื่น มันก็รู้กันทั่วไป แต่คำนี้มันแปลกลับตรงกันข้ามก็มี แปลว่า รู้สิ่งซึ่งปัจจัยอะไรๆ จะทำไม่ได้ ปรุงแต่งไม่ได้ สิ่งซึ่งปัจจัยอะไรจะทำไม่ได้ ปรุงแต่งไม่ได้”
 “อกตะ แปลว่า ปรุงแต่งไม่ได้ ทำไม่ได้แล้ว อัญญู แปลว่า รู้จัก สิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ นั่นคือนิพพาน อกตัญญู คือ ผู้รู้นิพพาน  ไม่ใช่คนอกตัญญูกลางบ้านกลางทุ่งนา..ไม่ใช่ นั่นมันความหมายอีกอัน แต่คำพูดคำเดียวกันแท้ๆ  อกตัญญูที่ตรัสนี้ คือ ท่านจงรู้ธรรมะ หรือ สิ่งปัจจัยปรุงแต่งกระทำไม่ได้ คือ ผู้รู้พระนิพพาน”
 “ฆ่าพ่อฆ่าแม่ เป็นคนอกตัญญู แล้วก็จะบรรลุนิพพาน เคยได้ยินไหม เคยได้ยินมาก่อนไหม อาจจะเคยได้ยิน แต่ไม่เข้าใจ”
“ทีนี้ อาตมาจะพูดให้มันสิ้นซากเลย ฟังให้ดีๆ นะว่า  
 

เผาบ้านเผาเรือนเสีย ฆ่าลูกฆ่าเมียเสีย ฆ่าพ่อฆ่าแม่เสีย เป็นคนอกตัญญูเถิด  ฟังถูกไหม”
 “เผาบ้านเผาเรือนเสีย ก็คือว่า อย่าไปหลงสิ่งที่สวยงาม บริวารบริขารสำหรับกามคุณ วัตถุปัจจัยแห่งกามคุณ เหมือนกับดอกไม้เหล่านั้น เผาเสีย 
 ลูกเมีย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผูกพัน ผูกพันเหลือประมาณ ก็ฆ่าเสีย
 พ่อแม่ที่สร้างมา คลอดมา ก็ฆ่าเสีย
 แล้วก็เป็นคนอกตัญญู รู้สิ่งซึ่งปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ คือ พระนิพพาน
 เรื่องนี้ได้เคยพูดไปบางแห่งแล้วก็ถูกด่า เคยถูกด่า มีคนจำพวกหนึ่งประณามว่า อย่าฟัง..อย่าเชื่อคำสั่งสอนของพุทธทาส ที่สอนให้ฆ่าพ่อฆ่าแม่เสีย นี่เขาเอากันอย่างนี้เลย เขาไม่รู้ว่าคำนี้พระพุทธเจ้าตรัสนะ ไม่ใช่อาตมาว่า  ให้ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่เสีย  เป็นคนอกตัญญู แล้วนิพพาน นี่พระพุทธเจ้าตรัสไว้”

Advertisements

Responses

  1. […] เรียบเรียงโดย: แสร์ แหล่งที่มา: https://watpanya.wordpress.com/2011/08/10/mom-7/ […]

  2. […] เรียบเรียงโดย: แสร์ แหล่งที่มา: https://watpanya.wordpress.com/2011/08/10/mom-7/ […]


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: