Posted by: สิงห์ขาว | กุมภาพันธ์ 9, 2012

มุทิตาจิต พระปัญญานันทมุนี

กำหนดการ
พิธีถวายปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
สาขาวิชาการสอนพระพุทธศาสนา
แด่ พระปัญญานันทมุนี (สง่า สุภโร)
เจ้าอาวาสวัดปัญญานันทาราม
เจ้าคณะตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
ณ วัดปัญญานันทาราม จังหวัดปทุมธานี
วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕
 ———————

 เวลา ๐๙.๓๐ น. – ผู้เข้าร่วมพิธีพร้อมกัน ณ วัดปัญญานันทาราม
                          – พระธรรมสุธี นายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
                             จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย
                          – พิธีกรอาราธนาศีล – สมาทานศีล
                          – พระศรีคัมภีรญาณ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ อ่านประกาศสดุดีเกียรติคุณ
                          – พระธรรมสุธี ถวายปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการสอนพระพุทธศาสนา และประกาศเกียรติคุณ แด่พระปัญญานันทมุนี
                          – พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา
                          – พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดี ถวายพัดรองแสดงวิทยฐานะ
                          – พระวิสุทธิภัทรธาดา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร กรรมการและเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ถวายผ้าไตรจีวรและย่าม
                          – พระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ ถวายของที่ระลึก
                          – พระครูปลัดมารุต วรมงฺคโล คณบดีคณะครุศาสตร์ ถวายแจกันดอกไม้
                          – ผศ.ดร.สุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป ถวายครุยวิทยฐานะ
                          – พระธรรมโกศาจารย์ กล่าวธรรมกถา
                          – พระปัญญานันทมุนี กล่าวสัมโมทนียกถา
                          – พระสงฆ์ทั้งนั้นอนุโมทนา เป็นเสร็จพิธี

Advertisements

 

 

ขอเชิญร่วมบวชเนกขัมมบารมี ปฏิบัติธรรมต้อนรับปีใหม่ สวดมนต์ข้ามปี ๒๕๕๕

ณ วัดปัญญานันทาราม ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ – ๑ มกราคม ๒๕๕๕

ติดต่อสอบถามที่ วัดปัญญานันทาราม โทร. 02-9046102

 

Posted by: สิงห์ขาว | ธันวาคม 25, 2011

ปฏิบัติธรรมปีใหม่ ๒๕๕๕

ขอเชิญร่วมบวชเนกขัมมบารมี

ปฏิบัติธรรมต้อนรับปีใหม่ สวดมนต์ข้ามปี ๒๕๕๕

ณ วัดปัญญานันทาราม ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ – ๑ มกราคม ๒๕๕๕

ติดต่อสอบถามที่ วัดปัญญานันทาราม โทร. 02-9046102

นับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่คนไทยทุกคนจะได้ร่วมกันสวดมนต์ข้ามปี เฉลิมฉลองปีพุทธชยันตีครบ 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าในปี 2555    ในวันส่งท้ายปีเก่าเพื่อเริ่มต้นเข้าสู่ปีใหม่ 2555 ภาพการเฉลิมฉลองนับถอยหลังหน้าลานห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางกรุง จะถูกแทนที่ด้วยภาพมวลชนชาวพุทธศาสนิกชนนับล้าน ร่วมใจกันสวดมนต์ข้ามปี สำรวมจิตใจเข้าถึงธรรมะ สัมผัสธรรมชาติ ค้นพบความสุขใจที่ลึกซึ้งจากการสวดมนต์  

การสวดมนต์ครั้งนี้  นอกจากจะทำให้ผู้ปฏิบัติ มีความสุขที่ไม่ต้องลงทุนไปซื้อหาจากที่ไหนแล้ว เราคนไทยทุกคนยังถือว่าได้ร่วมกันทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มูลนิธิศึกษาธิการ มูลนิธิวัดปัญญา สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า องค์การยุวพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก และสำนักงานกองทุนสนับ สนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมกันจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ซึ่งจัดอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 แล้ว โดยการสวดมนต์ข้ามปีเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ประชาชนสามารถไปร่วมกันสวดมนต์เพื่อก้าวไปสู่ปีใหม่ ถือเป็นการเริ่มต้นชีวิต สร้างสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว

พระมหาสุริยันต์ ธัมมทัสสี เลขานุการวัดปัญญานันทาราม จ.ปทุมธานี กล่าวว่า การสวดมนต์ข้ามปีเป็นการภาวนาธรรมให้จิตใจสงบในเบื้องต้น ถือเป็นอานิสงส์ที่ประชาชนจะได้จากการสวดมนต์ และยังเป็นการเรียนรู้ธรรมะไปด้วย โดยจะสวดทั้ง 2 แบบ ทั้งภาษาบาลีและภาษาไทย ทำให้ประชาชนได้เข้าใจแก่นแท้ของพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น

ซึ่งกิจกรรมการสวดมนต์ข้ามปีนั้นจะเริ่มตั้งแต่ 22.00 น. ไปจนถึง 24.00 น. โดยบทสวดมนต์จะเริ่มจากการสวดนะโม 3 จบ สวดบทชุมนุมเทวดา สวดธัมมจักกัปปวัตนสูตร รวมไปถึงการนั่งสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบ

นอกจากนี้ ทางมูลนิธิวัดปัญญานันทาราม ได้ทำหนังสือแจกกว่า 200 เล่ม ส่งให้วัดทั่วประเทศ เพื่อเข้าร่วมจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี และประชาสัมพันธ์ผ่านทางเว็บไซต์ของ วัด http://watpanya.net

ขอบคุณข่าวจาก http://www.khaosod.co.th

Posted by: สิงห์ขาว | พฤศจิกายน 23, 2011

อุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษา

ขอเชิญร่วมอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ๘๔ พรรษา

๓ – ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๔

ณ วัดปัญญานันทาราม

ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

 

Posted by: สิงห์ขาว | สิงหาคม 11, 2011

แม่ ผู้สร้างทางชีวิต

ผู้สร้างทางชีวิต

แม่คือพระผู้สร้างให้กำเนิด
ผู้ประเสริฐก่อเกิดลูกปลูกความฝัน
ถักทอรักฟูมฟักเนิ่นนานวัน
จนลูกนั้นเติบใหญ่จนได้ดี
เป็นดั่งเทียนยอมเผาตนจนมอดไหม้
ยังแสงให้ลูกเห็นทางไม่ห่างหนี
แสงอาทิตย์ส่องทางเดินเนิ่นนานปี
มารดานี้ส่องสว่างทางชีวัน
“แม่”จึงเป็นผู้สร้างทางชีวิต
คอยลิขิตแต่งแต้มหลากสีสัน
จากผ้าขาวผืนขาดเมื่อวานวัน
กลับเปรผันเป็นผ้างามยามเติบโต

Posted by: สิงห์ขาว | สิงหาคม 10, 2011

“แม่” ในทัศนะท่านอาจารย์พุทธทาส

“แม่” ในทัศนะท่านอาจารย์พุทธทาส คัดย่อ โดย พระปัญญานันทมุนี เจ้าอาวาสวัดปัญญานันทาราม

 
 “ในโลกนี้  ถ้าคนทั่วโลกต่างรู้จักแม่ รู้จักลูกเป็นอย่างดี แล้ว  ประพฤติต่อกันและกันระหว่างแม่กับลูกเป็นอย่างดีแล้ว โลกนี้ก็จะมีความสุข  โลกนี้ก็จะมีสันติสุข  สันติภาพมหาศาล  ถึงที่สุด  ไม่มีอะไรเปรียบได้”

ความหมายของ  “แม่ ๓ ระดับ”
 “เราจะดูกันใน  ๓  ลักษณะ  เมื่อดูแล้ว  ก็พูดออกมา  ในภาษาคน  ภาษาคนธรรมดา  กลางถนนหนทางทั่วไป  คนธรรมดาพูด  แม่จะมีความหมายอย่างไร  ถ้าพูดภาษาธรรม  ภาษาที่ผู้รู้ธรรมะพูด  แม่มีความหมายอย่างไร  ถ้าเป็นภาษาปรมัตถ์  คือภาษาในทางธรรมะสูงสุดเป็นโลกุตตระแล้ว แม่มีความหมายอย่างไรนี้เป็น  ๓  ลักษณะด้วยกันอย่างนี้”

๑. ระดับภาษาคนธรรมดา
 “ในความหมาย  หรือ คุณค่า และความประเสริฐของคำว่า “แม่” นั้น เอากันง่ายๆ  เด็กๆ ก็รู้ว่า  ถ้าไม่มีแม่  โลกนี้มันก็ไม่มี  โลกนี้มันก็สูญสิ้นไป  ถ้าไม่มีแม่  โลกจะเป็นอย่างไร  ก็คิดดูได้ จะไม่มีคนเหลืออยู่สักคนหนึ่ง”
 “หรือถ้าว่าไม่มีแม่ที่ถูกต้อง  มันจะมีแต่คนที่มิใช่คน มันจะไม่มีคนที่มีจิตใจอย่างคน ถ้าแม่ไม่ถูกต้อง  มันก็จะเป็นลูกที่มีจิตใจอย่างลูกของสัตว์  แล้วมันจะไม่มีสิ่งที่เรียกว่ามนุษย์  คือคนที่มีความรู้สึกถูกต้องเป็นมนุษย์  ก็จะไม่มี ถ้าไม่มีแม่มาอบรมสั่งสอนเรื่องทางจิตใจ ทางวิญญาณ ทางวัฒนธรรม นี่มันก็ไม่มีคน หรือถึงกับไม่มีมนุษย์”
 “ภาษาคน แม่มีความหมายแต่เพียงว่า ไม่ให้มนุษย์สูญพันธุ์ที่ดี ไม่ให้สูญพันธุ์ที่สูง มันก็มีเท่านั้นนะ ภาษาคนธรรมดาให้ความหมายแก่แม่อย่างนี้”

๒. ระดับจริยธรรม
 “ทีนี้ พูดในภาษาธรรม ที่สูงขึ้นไปกว่าภาษาคน เราจะพูดได้ว่า พระพุทธเป็นพ่อ พระธรรมเป็นแม่ พระสงฆ์เป็นพี่ คิดดูเถอะ แม่คืออะไร แม่คือพระธรรม พระธรรม คือ แม่ มีพระพุทธเป็นพ่อ พะสงฆ์ทั้งหลายก็เป็นพี่ของเรา มีพระธรรมเป็นแม่ เป็นแม่ทางจิตทางวิญญาณ แล้วก็สูงขึ้นไป สูงขึ้นไป จนได้บรรลุมรรค ผล นิพพาน  นี่อย่างนี้เรียกว่ามีพระธรรมเป็นแม่

๓. ระดับปรมัตถธรรม
 “ทีนี้ ก็มาถึง ภาษาปรมัตถ์ หรือ อภิปรมัตถธรรม อภิปรมัตถ์ คือที่ลึกซึ้งอย่างยิ่ง  ท่านทั้งหลายก็คงจะไม่เคยได้ยินได้ฟัง หรือไม่เคยได้นึกได้คิดก็ได้ ข้อนี้เป็นภาษาอุปมา เป็นภาษาความหมาย แต่ก็พูดตรงๆ เหมือนกัน พูดสั้นๆ ก็ว่า แม่ คือ สิ่งที่ต้องฆ่าเสีย เป็นอย่างไร เมื่อท่านทั้งหลายได้ยินอย่างนี้”
 

“แม่ คือ สิ่งที่ต้องฆ่าเสีย นี่เป็นภาษาปรมัตถ์ เป็นภาษาธรรมะอันสูงสุด พระพุทธภาษิตก็มีว่า “มาตรํ ปิตรํ หนฺตวา – ให้ฆ่าแม่ ฆ่าพ่อเสีย  “อกตญฺญูสิ พฺราหฺมณ – เป็นคนอกตัญญูเถิดพราหมณ์ นี่พระพุทธเจ้าตรัสอย่างนี้ก็มี”
“มันเป็นภาษาปรมัตถ์ มันสูงกว่าภาษาคน คนคงไม่เข้าใจ ขอใช้คำนี้ มันสะดวกหน่อย คนโง่ไม่เข้าใจ เพราะว่าตามหลักธรรมะนั้น สิ่งที่สร้างสรรค์ปรุงแต่งสิ่งที่มีชีวิตขึ้นมา ให้เกิดเป็นตัวกู-ของกู ที่ได้มาเกิดเป็นตัวกู-ของกูนั้น อวิชชาเป็นพ่อ ตัณหาเป็นแม่ พอได้ทำหน้าที่แล้ว มันก็คลอดออกมาเป็นตัวกู เป็นของกู ตัวกู-ของกู นี้ต้องทำลายเสียให้หมดสิ้นจึงจะบรรลุนิพพาน เมื่อจะต้องฆ่าตัวกู-ของกู มันก็ต้องฆ่าพ่อฆ่าแม่ ฆ่าพ่อคืออวิชชา  ฆ่าแม่คือตัณหาเสีย”
 

“ทีนี้ก็ เป็นคนอกตัญญู ท่านคงไม่ได้ยินได้ฟังกันนัก อกตัญญู นี่มันแปลว่าอะไร  อกตัญญู แปลว่า ไม่รู้คุณผู้อื่น มันก็รู้กันทั่วไป แต่คำนี้มันแปลกลับตรงกันข้ามก็มี แปลว่า รู้สิ่งซึ่งปัจจัยอะไรๆ จะทำไม่ได้ ปรุงแต่งไม่ได้ สิ่งซึ่งปัจจัยอะไรจะทำไม่ได้ ปรุงแต่งไม่ได้”
 “อกตะ แปลว่า ปรุงแต่งไม่ได้ ทำไม่ได้แล้ว อัญญู แปลว่า รู้จัก สิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ นั่นคือนิพพาน อกตัญญู คือ ผู้รู้นิพพาน  ไม่ใช่คนอกตัญญูกลางบ้านกลางทุ่งนา..ไม่ใช่ นั่นมันความหมายอีกอัน แต่คำพูดคำเดียวกันแท้ๆ  อกตัญญูที่ตรัสนี้ คือ ท่านจงรู้ธรรมะ หรือ สิ่งปัจจัยปรุงแต่งกระทำไม่ได้ คือ ผู้รู้พระนิพพาน”
 “ฆ่าพ่อฆ่าแม่ เป็นคนอกตัญญู แล้วก็จะบรรลุนิพพาน เคยได้ยินไหม เคยได้ยินมาก่อนไหม อาจจะเคยได้ยิน แต่ไม่เข้าใจ”
“ทีนี้ อาตมาจะพูดให้มันสิ้นซากเลย ฟังให้ดีๆ นะว่า  
 

เผาบ้านเผาเรือนเสีย ฆ่าลูกฆ่าเมียเสีย ฆ่าพ่อฆ่าแม่เสีย เป็นคนอกตัญญูเถิด  ฟังถูกไหม”
 “เผาบ้านเผาเรือนเสีย ก็คือว่า อย่าไปหลงสิ่งที่สวยงาม บริวารบริขารสำหรับกามคุณ วัตถุปัจจัยแห่งกามคุณ เหมือนกับดอกไม้เหล่านั้น เผาเสีย 
 ลูกเมีย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผูกพัน ผูกพันเหลือประมาณ ก็ฆ่าเสีย
 พ่อแม่ที่สร้างมา คลอดมา ก็ฆ่าเสีย
 แล้วก็เป็นคนอกตัญญู รู้สิ่งซึ่งปัจจัยปรุงแต่งไม่ได้ คือ พระนิพพาน
 เรื่องนี้ได้เคยพูดไปบางแห่งแล้วก็ถูกด่า เคยถูกด่า มีคนจำพวกหนึ่งประณามว่า อย่าฟัง..อย่าเชื่อคำสั่งสอนของพุทธทาส ที่สอนให้ฆ่าพ่อฆ่าแม่เสีย นี่เขาเอากันอย่างนี้เลย เขาไม่รู้ว่าคำนี้พระพุทธเจ้าตรัสนะ ไม่ใช่อาตมาว่า  ให้ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่เสีย  เป็นคนอกตัญญู แล้วนิพพาน นี่พระพุทธเจ้าตรัสไว้”

Older Posts »

หมวดหมู่

%d bloggers like this: