Posted by: สิงห์ขาว | สิงหาคม 5, 2011

“แม่” เป็นบุรพเทพของบุตร

 

“แม่” เป็นบุรพเทพของบุตร  โดย พระปัญญานันทมุนี เจ้าอาวาสวัดปัญญานันทาราม

เราเคยมีความเชื่อกันว่าโลกที่เราอาศัยรอดปลอดภัยมาทุกวันนี้ เนื่องจากถือว่า ท้าวโลกบาลที่ประจำอยู่ในทิศทั้ง ๔ คอยปกป้องคุ้มครอง จึงได้นับถือสืบต่อกันมา

แต่พระพุทธเจ้าตรัสว่า วิสุทธิเทพ กล่าวคือ พระขีณาสพไม่ยึดถือเป็นอารมณ์ ต่อความผิดที่คนพาลทำแล้ว แต่หวังให้สิ่งนั้นเสื่อมไป สิ้นไป และคอยที่จะเห็นความเจริญ ที่จะเกิดขึ้นกับเขาเหล่านั้น มีชีวิตที่เจริญก้าวหน้าเป็นประโยชน์ตนและผู้อื่น นับว่าพระขีณาสพมีชีวิตทำทุกสิ่งเพื่อประโยชน์แก่มหาชนโดยส่วนเดียว ท่านรับสักการะ ก็นับว่ามีผลานิสงส์มาก เพราะเป็นทักขิเนยยบุคคล ฉันใด ; พ่อแม่ก็ฉันนั้น ไม่คำนึงถึงความผิดของบุตรทั้งหลาย มีชีวิตทำทุกอย่างเพื่อความอยู่ดีมีสุขของลูก นับว่าเป็นผู้ควรรับทักษิณาจากลูกๆ จึงมีอานิสงส์มาก ด้วยพ่อแม่เปรียบดังเทพ เพราะประพฤติเช่นเดียวกับเทพ และเป็นเทพที่คอยช่วยเหลือดูแลโลก ให้อยู่รอด ปลอดภัยตลอดมา

เทพเหล่าอื่น เรารู้จักได้ก็เพราะพ่อแม่ ; สมมติเทพ, อุปัติเทพ และวิสุทธิเทพ เป็นต้น ต่างเป็นปัจฉาเทพ ส่วนพ่อแม่ชื่อว่า “บุรพเทพ” เพราะท่านเป็นผู้มีอุปการะก่อนเทพอื่น

การปกป้องลูกนั้น เทพเหล่าอื่น หรือแม้กระทั่งพ่อ ก็ยังทำได้น้อยและไม่ชัดเจนเท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งธรรมชาติได้มอบภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่แก่สตรีเพศ ที่บุรุษเพศไม่อาจรับภาระแทนได้ คือหน้าที่ของความเป็นแม่

นับแต่การเริ่มปฏิสนธิในครรภ์ : แม่จะกระทำกิจการงานใดก็ต้องมีความระวัง ด้วยกลัวว่าจะมีผลกระทบลูกน้อยในท้อง เคยทานเผ็ด รสจัด ก็ต้องลดลง เคยกระโดดโลดเต้นก็ต้องหยุด เมื่อลูกครบกำหนดคลอดออกมา ก็ไม่ปล่อยให้คลาดสายตาประคบประหงมยิ่งกว่าไข่ในหิน ดังคำกล่าวว่า “ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม” ดึกๆ ดื่นๆ จะง่วงอย่างไร เวลาที่ได้ยินเสียงร้องของลูก แม่จะต้องผวาตื่นขึ้นรีบมาดูแลลูก เพื่อจะดูว่า ลูกร้องเพราะเหตุใด ทั้งๆ ที่ลูกยังพูดไม่ได้ แต่แม่หยั่งรู้โดยธรรมชาติว่าลูกร้องเพราะอะไร ต้องการอะไร จึงเข้าไปช่วยเหลือดูแลจนลูกหยุดร้อง

เมื่อลูกเติบโตขึ้น ภาระของแม่ก็เพิ่มขึ้นตามความต้องการของลูก สิ่งใดที่ลูกปรารถนาแม่ต้องขวนขวายหามาตอบสนองแก่ลูกให้ได้สมใจ ; ทั้งยามยืน เดิน นั่ง นอน กิน เล่น ไม่ว่าลูกจะไปทางไหน แม่จะต้องคอยดูแลเสมอ เมื่อคราลูกเจ็บป่วยแม่ยิ่งเพิ่มความห่วงใย ด้วยเกรงว่าลูกจะถึงแก่ชีวิต ไม่เพียงแต่พ่อ แม่จะปกป้องลูกให้ปลอดภัยจากอันตรายทางกายเท่านั้น

ในด้านจิตใจท่านก็เพียรระวังในความประพฤติปฏิบัติของตน ด้วยเกรงว่าท่านจะทำให้ลูกสะเทือนใจ กลัวว่าลูกจะอายเพื่อน กลัวว่าลูกจะมีปมด้อย แม้ลูกของตนจะประพฤติผิด สร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น ก็เกรงว่าลูกจะถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม พ่อ แม่จึงยินดีจะออกมาปกป้องลูกของตนให้พ้นภัย

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: