Posted by: สิงห์ขาว | พฤษภาคม 16, 2011

วิสาขบูชา

วิสาขบูชา โดย พระพรหมมังคลาจารย์ ปัญญานันทภิกขุ

ญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย  เดือนพฤษภาคมเป็นเดือนสำคัญยิ่งของพี่น้องชาวพุทธทั่วโลก  เพราะเดือนพฤษภาคมมีวันสำคัญที่เรียกว่า วันวิสาขบูชา

วิสาขะเป็นชื่อของเดือนหก  เป็นวันสำคัญเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า  เพราะพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ในวันเพ็ญเดือนหก  ได้เกิดออกจากพระครรภ์มารดาก็วันเพ็ญเดือนหก ปรินิพพานที่เมืองกุสินาราก็วันเพ็ญเดือนหก  ตรงกันทั้งสามวัน  เราถือเป็นวันสำคัญเราบูชาพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ในวันนั้น 

วันวิสาขบูชาเป็นวันที่ชาวพุทธไม่เพิกเฉยโดยไม่ทำอะไรที่เป็นบุญเป็นกุศล แต่ควรจะตั้งใจตรวจสอบตัวเองในวันวิสาขะว่า  เรานี้เป็นชาวพุทธขนาดไหน  เป็นไทยขนาดไหน มีความเป็นพุทธบริษัทขนาดไหน 

การตรวจสอบตัวเองนั้นเป็นการเตือนตัวเองให้เกิดรู้สึกตัวว่า   เราคือใคร เราเป็นอะไร เราทำสิ่งใด ถ้าเห็นว่าตัวบกพร่องไม่สมบูรณ์ก็ควรแก้ไข   

ในวันวิสาขบูชาตั้งต้นชีวิตใหม่ เป็นชีวิตที่เดินตามรอยพระบาทพระผู้มีพระภาคเจ้า  เพื่อไปสู่ความสะอาด สว่าง สงบทางจิตใจ  เป็นวันที่ชาวพุทธทุกคนต้องตื่นตัว ต้องว่องไว ต้องก้าวหน้า     อย่าให้วันวิสาขบูชาต้องผ่านไปโดยเราไม่ได้ทำอะไร   ถ้าวันวิสาขบูชาผ่านไปโดยเราไม่ได้ทำอะไร  เราก็เป็นคนบกพร่องไม่สมบูรณ์ด้วยประการทั้งปวง 

เพราะฉะนั้นจึงควรจะได้คิดว่า  ในวันวิสาขะนี้เราจะต้องทำอะไรบ้าง ควรจะละสิ่งชั่วร้ายที่มีอยู่ในตัวของเราเพราะมันอยู่ในตัวของเรามานาน   มันไม่ให้ผลอะไรแก่เรา นอกจากให้ความทุกข์   ความร้อนใจ  พิจารณาให้เห็นความทุกข์ร้อนของสิ่งนั้นแล้วตั้งใจงดเว้นไม่กระทำสิ่งนั้นต่อไป  แล้วอธิษฐานต่อไปว่า  เราจะเดินตามรอยพระยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคเจ้า  ปรับตนให้เรียบร้อยก้าวหน้าด้วยดี  จึงจะชื่อว่าเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าด้วยการปฏิบัติบูชา 

การบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ ธูปเทียนมากมายสักเท่าไร ก็ไม่ได้ชื่อว่าเป็นการบูชาแท้ 

พระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ในเวลาที่ใกล้ปรินิพพาน  เพราะมีคนเอาดอกไม้มาบูชากันมากมาย   พระองค์ตรัสการบูชา ว่า  พระตถาคตไม่บูชาด้วยสิ่งเหล่านี้  ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาใด ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติธรรมยิ่ง ปฏิบัติธรรมอยู่   ผู้นั้นได้ชื่อว่าเคารพสักการะบูชาด้วยการบูชาอันสูงสุด    

การบูชาสูงสุดคือ การปฏิบัติด้วยกาย วาจา ใจ ให้ตรงตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ต้องเป็นคนมีศีล มีสมาธิ มีปัญญา ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบตามบาทฐานอันนั้นจึงจะเป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า 

ถ้าเราไม่ทำความดีตามคำสอนของพระพุทธเจ้าก็เรียกว่าเป็นศิษย์แต่เพียงชื่อ  เป็นศิษย์ที่ไม่เอาไหน   จึงควรปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งถูกต้อง  

ส่วนคนที่ได้ทำดีอยู่แล้ว ก็ทำดีต่อไปอย่าได้ประมาท เพราะความชั่วแม้เล็กน้อยก็ทำร้ายเรา  เหมือนกับสนิมเหล็กเกิดในเหล็กแม้เล็กน้อยถ้าเราไม่ตีก็กินเหล็กเป็นสนิมเหล็กใช้ไม่ได้ ฉันใด ความชั่ว ความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่เกิดขึ้นในใจของเรา ก็มีสภาพเช่นนั้น 

เพราะฉะนั้นเราจึงควรมองด้านใน  มองจิตใจของเราว่ามีความคิด ความโลภ ความโกรธ ความหลง ความริษยา พยาบาท อาฆาตจองเวรหรือเปล่า  ถ้าเห็นว่ามีความคิดไม่ถูกต้อง  เราก็ควรจะเลิกมันเสีย  ไม่เอามันต่อไป  แล้วตั้งใจคิด พูด จะคบหาสมาคมไปในที่ต่างๆ ให้ถูกต้อง เข้าหลักที่ว่า คิดดี พูดดี ทำดี คบคนดี ไปสู่สถานที่ดี ก็จะได้ชื่อว่าท่านบูชาพระพุทธเจ้าโดยการปฏิบัติบูชา  เป็นการปฏิบัติที่ถูกต้อง  ตามหลักการในทางพระพุทธศาสนา

ขออวยพรให้ชาวไทยที่นับถือพระพุทธศาสนาจงตื่นตัว ว่องไว ก้าวหน้า เดินตามรอยเท้าของพระผู้มีพระภาคเจ้า  จงทั่วกันทุกท่านทุกคนเทอญ.

จาก ปัญญาสาส์น
ของขวัญชีวิตจากวัดปัญญานันทาราม
ปีที่ ๗ ฉบับที่ ๓๖ เม.ย. – มิ.ย. ๒๕๔๖  สาระธรรม สร้างสรรค์ปัญญา นำพาชีวิต

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: