Posted by: สิงห์ขาว | พฤษภาคม 1, 2011

ประวัติชีวิตหลวงพ่อปัญญานันทะ

 

ประวัติชีวิตหลวงพ่อปัญญานันทะ ตอน 3

โดย พระปัญญานันทมุนี เจ้าอาวาสวัดปัญญานันทาราม

สู่ร่มกาสาวพัสตร์ (บรรพชา – อุปสมบท)

 ขณะนั้นที่วัดของพระครูพิพัฒน์สมาจารย์ กำลังฉลองครัว นายปั่นได้ช่วยงานหลายอย่าง ได้รับคำชมว่าเรียบร้อยดีมาก ขยันดี หลังจากนั้นท่านได้พานายปั่นลงเรือจากภูเก็ตขึ้นไปจังหวัดระนอง การเดินทางลำบากเพราะเมาเรือ อาเจียนตลอดทาง ช่วงแรกนายปั่นยังไม่ได้เป็นครู แต่ท่านพระครูจะเรียกว่า “คร”ู ตลอด นายปั่นช่วยงานปัดกวาดกุฏิ เป็นที่พอใจของพระครูมากที่ขยันและไม่เกี่ยงงาน

หลังจากใช้ชีวิตฆราวาส มาจนอายุ ๑๘ ปี วันหนึ่งท่านพระครูฯ ถามว่า “ครู…บวชเณรไหม” “บวชครับ” นายปั่นจึงได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดอุปนันทาราม จังหวัดระนอง พอดีในพรรษานั้นครูใหญ่ลาออก สามเณรปั่นจึงได้เป็นทั้งครูน้อยและครูใหญ่ ไปจนถึงภารโรงเพราะมีครูอยู่คนเดียว สอนทั้งป.๑ -ป.๓ มีนักเรียนรวม ๓๔ คน ส่วนการเรียนนักธรรมในปีแรกผลปรากฏว่าสามเณรปั่นสอบตก เพราะมัวยุ่งกับการสอนนักเรียน แต่ในปีถัดมาสามเณรปั่นสามารถสอบผ่านนักธรรมชั้นตรี ได้เป็นที่ ๑ ของมณฑลภูเก็ต (ระนองในขณะนั้นขึ้นกับมณฑลภูเก็ต) หัวข้อกระทู้ธรรมในการสอบครั้งนั้น คือ “น สิยา โลกวฑฺฒโน – ไม่ควรเป็นคนรกโลก”

ครั้นอายุ ๒๐ ปี บริบูรณ์ สามเณรปั่นคิดถึงคำพูดของมารดา “เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ต้องกลับมาบ้าน มาบวชให้แม่นะลูกนะ” สามเณรปั่นจึงกลับบ้านที่พัทลุงเพื่ออุปสมบทให้บิดามารดา บิดามารดาดีใจมากคิดจะฉลองงานบวชพระให้ยิ่งใหญ่ตามความนิยมของชาวพัทลุงในสมัยนั้น แต่สามเณรปั่นไม่เห็นด้วย ท่านต้องการบวชอย่างเรียบง่าย และไม่ฟุ่มเฟือย พ่อแม่จึงยอมตาม

ท่านได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ที่วัดนางลาด อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง โดยมีพระครูจรูญกรณีย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาว่า “ฐิตญาโณ” เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๔

คำว่ามหาปั่น และความเป็นนักเทศน์ เกิดจากคำเรียกขานของชาวบ้านที่วัดปากนคร กล่าวคือ เมื่อท่านอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่จังหวัดพัทลุงแล้ว ได้เดินทางสู่จังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งเปรียบเสมือนสำนักตักศิลาแห่งภาคใต้ เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม ที่วัดหน้าพระธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช ในปี พ.ศ.๒๔๗๕ สอบได้นักธรรมโทและกำลังเรียนนักธรรมเอก ได้ปลีกตัวไปท่องปาฏิโมกข์ที่วัดปากนคร  

เมื่อถึงวันพระ ๘ ค่ำ มีโยมมานิมนต์ให้ท่านเทศน์ ท่านตอบว่า “อาตมาเทศน์ไม่ได้ เทศน์ไม่เป็น” “ได้นักธรรมโทแล้วเทศน์ได้ซิท่าน” ท่านขึ้นเทศน์บนธรรมาศน์ด้วยการสั่นประหม่าจนไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรบ้าง เพราะไม่เคยเทศน์มาก่อน แต่ชาวบ้านกลับชอบและชื่นชมว่าท่านเทศน์คล่องดี ท่านจึงฝึกเทศน์และชีวิตนักเทศน์ของท่านเริ่มต้นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

Advertisements

Responses

  1. ปทุมุตฺตโร เป็นฉายาของหลวงพ่อปัญญานนันทะ ไม่ใช่ ฐิตญาโณ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: