Posted by: สิงห์ขาว | ตุลาคม 29, 2010

รักลูกให้ถูกทาง

“รักลูกให้ถูกทาง”  โดยพระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)

ขออนุญาตนำคำถามของคุณกมลพรรณ ที่ได้ถามไว้ นำมาตอบ ณ ที่นี้

กราบนมัสการเจ้าอาวาส หรือท่านผุ้ทรงคุณวุฒิ โยมอยากจะขอความรู้ ว่าหากเราต้องการปลูกฝังเด็ก และประชาชนให้มีความรักความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ และมีการเห็นคุณค่าของชีวิตผู้อื่น โดยให้คนทั้งประเทศทำ ควรทำอย่างไรที่เป็นรูปธรรมและได้ผลชัดเจน รวดเร็ว ทั่วประเทศ

เกี่ยวกับการทำโทษเด็ก หลวงพ่อปํญญานันทภิกขุ สอนไว้ในหนังสือ “รักลูกให้ถูกทาง” ว่า

1.อย่าลงโทษเด็กในเมื่อความผิดนั้นไม่ได้ปรากฏต่อหน้า  หรือไม่มีพยานหลักฐานว่าเป็นความผิดของเขา

2.อย่าทำโทษเด็กเพื่อประชดประชันอีกคนหนึ่ง เช่น โกรธพ่อทุบลูกเสียบอบช้ำ อย่างนี้นับว่าไม่เป็นธรรมแก่เด็ก

3.อย่าผลัดเพี้ยนการทำโทษในเมื่อความผิดนั้นได้ปรากฏต่อหน้า หรือมีพยานหลักฐานแล้ว เช่น ผลัดว่า “รอให้พ่อกลับมาก่อนนะ จะให้พ่อเฆี่ยน”

4.อย่าเอาสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับโทษของเด็กมาเป็นการลงโทษเด็ก  เช่น สัญญาว่าคืนนี้จะพาเด็กไปดูละคร พอเด็กกระทำผิดก็เลยงดการดูละครเสีย การงดไปดูละครเป็นการลงโทษเด็กซึ่งไม่เกี่ยวกันและไม่สมควรทำเช่นนั้น

5.อย่าเอาชนะเด็กภายหลังที่ทำโทษเด็กแล้ว จะทำให้เด็กคิดเห็นไปว่าการทำโทษเป็นการบรรเทาโทสะของตน หรือทำให้เด็กมองเห็นว่าท่านเป็นคนอ่อนแอ เด็กจะไม่เกรงกลัวในกาลต่อไป

6.อย่าลงโทษเด็กที่ได้รับโทษตามความผิดของเขาแล้ว เช่น เด็กซนไปล้มลงท่านก็โกรธไปตีซ้ำ พร้อมกับพูดหยาบสำทับเขา  ย่อมเป็นการไม่เหมะสม  เพราะการหกล้มสอนเขาให้รู้ว่า  เจ็บปวดขนาดไหนอยู่แล้ว  อย่าเพิ่มความปวดร้าวทางจิตใจเขาอีกเลย  และหากว่าเด็กยังไม่เดียงสา  ท่านก็ควรให้ความระมัดระวังแก่เขา

7.อย่าทำโทษเด็กด้วยลิ้นของตน การด่าว่าบ่นจู้จี้เด็กเป็นสิ่งไม่เป็นประโยชน์  เป็นการถ่ายทอดนิสัยให้เด็กเปล่าๆ คนปากจัดจึงควรระวังสักหน่อย

8.สิ่งใดที่ท่านบอกว่าผิด  ก็ให้ถือว่าเป็นความผิดตลอดไป เช่นเด็กของท่านตบหน้าท่าน ท่านก็ตีเขาในฐานะที่ความประพฤติไม่ดี  แต่ต่อมาเขาตบหน้าท่านอีก บังเอิญอารมณ์ของท่านดี ท่านหัวเราะเห็นเป็นของขันไป  การกระทำของท่านทำให้เด็กงงงวย  ไม่สามารถเข้าใจว่าเมื่อไรการกระทำเช่นนั้นถูกผิดอย่างไร

9.อย่าทำโทษให้ผิดกันระหว่างผู้มีสิทธิทำโทษเด็ก  พ่อทำโทษเด็กอย่างใดในความผิดอย่างหนึ่ง แม่ก็ควรทำโทษแบบเดียวกัน

10.อย่าทำโทษโดยความลำเอียง เช่น พี่น้องทะเลาะกัน พี่ถูกทำโทษหนัก น้องถูกทำโทษสถานเบาเพราะเห็นว่าเล็กกว่า  ทำให้พี่เกิดน้อยใจและริษยาน้อง  เกิดความเคียดแค้น อาจที่จะทำร้ายน้องได้ในภายหลังและขาดจากความเคารพในตัวท่านด้วย

11.อย่าทำโทษเด็กโดยการเปาะแปะและพร่ำเพรื่อ จงทำให้เป็นกิจลักษณะ

12.จงอย่าลงโทษเด็กโดยอาการไม่สมควร เช่น โกรธไม่พูดด้วยสามวัน

13.อย่าโต้แย้งในเรื่องการลงโทษเด็กต่อหน้าเด็ก ถ้าจะโต้แย้งกันต้องอย่าให้เด็กเห็น

14.อย่าแสดงอาการเหลาะแหละ ไม่กล้าเอาจริงเอาจังด้วยการแสดงเอะอะให้คนอื่นทำโทษเด็กให้ การทำโทษนั้นจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ และไม่ทำให้เด็กเชื่อถือยำเกรง

ขอขอบคุณที่มา http://www.yenta4.com/webboard/2/1203590.html

และหนังสือพิมพ์ X-cite

Advertisements

Responses

  1. […] ขอขอบคุณที่มา http://watpanya.net/2010/10/29/love-son/ […]

  2. อยากทราบว่า หนังสือรุ่นบวชบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนรุ่น 15/2553 ออกหรือยังค่ะ ลูกชายไปร่วมบวชเณร แต่ยังไม่ได้รับหนังสือดังกล่าวค่ะ
    ฝากเรียนถามด้วยค่ะ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: