Posted by: สิงห์ขาว | กุมภาพันธ์ 27, 2010

โอวาทปาฏิโมกข์ : หลักการพัฒนาตนเอง

โดย พระปัญญานันทมุนี

พระพุทธองค์ได้เสด็จมาสู่ที่ประชุมและได้แสดงโอวาทปาฏิโมกข์ ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติทั้งอุดมการณ์  หลักการและวิธีการให้เป็นแนวทางในการสร้างสันติสุขสันติภาพซึ่งเป็นการคุ้มครองโลก  ปกป้องโลกด้วยพระมหากรุณาธิคุณ  ที่พระพุทธองค์ได้ตรัสหลักธรรมที่เป็นอุดมการณ์ของชีวิตว่า

ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา ขันติ คือ ความอดกลั้น เป็นธรรมเครื่องเผากิเลสอย่างยิ่ง

นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา ผู้รู้ทั้งหลาย กล่าวพระนิพพานว่าเป็นธรรมอันยิ่ง

นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆาตี ผู้กำจัดสัตว์อื่นอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิตเลย

สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต ผู้ทำสัตว์อื่นให้ลำบากอยู่ ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเลย

สาวกของพระพุทธองค์ ต้องมีอุดมการณ์เพื่อพัฒนาตนสู่ความสำเร็จในการดำเนินชีวิต  ด้วยหลักธรรมที่สำคัญคือความอดทน เพื่อยับยั้งคุ้มครองไม่ให้ไหลไปตามกิเลส อันเป็นเหตุเศร้าหมอง ก่อให้เกิดผลเสียกับชีวิต  ดังนั้นจะพูด จะคิด จะทำ  สิ่งใดก็จะไม่นำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ชีวิต   โดยใช้ขันติคือความอดทน อดกลั้น และอดออม  ก็จะส่งผลดีให้กับชีวิต  แล้วพัฒนาไปตามลำดับก่อให้เกิดสติปัญญาจนได้รับผลสูงสุดคือพระนิพพาน ก็จะส่งผลให้กับสังคมด้วยการมีกติกาในตนเอง   ไม่เบียดเบียน  ไม่ทำร้าย  ไม่ทำความยากลำบาก  ได้รับความเป็นบรรพชิตและสมณะเกิดขึ้นในโลก

เราจงมาช่วยกันสร้างอุดมการณ์ของชีวิตตามที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเอ็นดูอนุเคราะห์คุ้มครองโลก  โดยหลักการที่พระพุทธองค์ตรัส  ว่า

สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง การไม่ทำบาปทั้งปวง

กุสะลัสสูปะสัมปะทา การทำกุศลให้ถึงพร้อม

สะจิตตะปะริโยทะปะนัง การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ

ด้วยหลักการดังกล่าว  ได้ทำให้ชาวโลกได้แนวทางที่จะทำให้การอยู่ร่วมของคนในโลกในสังคม  ได้ร่วมกันฝึกฝนตนเอง  ให้ลด  ละ  เลิก  ในสิ่งที่เป็นเหตุให้เกิดเงื่อนไขของความทุกข์ แล้วมุ่งมั่นทำสิ่งที่สร้างสรรค์ก่อให้เกิดคุณเพิ่มบุญบารมีให้ชีวิต  จนสามารถชำระกิเลสอันเป็นเหตุให้เศร้าหมองนำตนออกจากทุกข์ พบความอิสระของจิตสู่แดนเกษมจากโยคะจิตบริสุทธิ์

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณพระพุทธองค์ทรงอนุเคราะห์ชาวโลก  ทรงตรัสวิธีการไว้ว่า

อะนูปะวาโท การไม่พูดร้าย

อะนูปะฆาโท การไม่ทำร้าย

ปาฏิโมกเขจะสังวะโร การสำรวมในปาฏิโมกข์

มัตตัญญุตา จะ ภัตตัสมิง ความเป็นผู้รู้ประมาณในการบริโภค

ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง การนอนการนั่งในที่อันสงัด

อะธิจิตเต จะ อาโยโค ความมั่นในการประกอบในการทำจิตให้ยิ่ง

วิธีการพัฒนาคน

ด้านวาจา ด้วยการไม่พูดร้าย  ไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดเท็จ   พูดแต่คำไพเราะ พูดประสานประโยชน์ พูดให้เกิดความรักความสามัคคี

ด้านกาย ด้วยการไม่ทำร้าย  คือการไม่ทำลายล้างสิ่งมีชีวิต  ไม่สุรุ่ยสุร่ายในการใช้จ่าย  และไม่ถือเอาสิ่งที่เจ้าของไม่ได้ให้  ไม่ล่วงเกินสิ่งอันเป็นที่รัก

ด้านจิตใจ ไม่คิดปองร้ายใคร  ไม่คิดทำลายใคร  ทำจิตใจให้ถูกต้องด้วยสำรวมในปาฏิโมกข์  ฝึกตนอยู่ในระเบียบวินัยในการบริโภคใช้สอย  จัดการกับตนเองให้รู้จักความสงบ    และยกจิตใจของตนให้สูงยิ่ง ๆ ขึ้นไป  รู้จักประมาณในการบริโภค  ถูกหลักอนามัย  และใส่ใจสุขภาพ    ด้วยคติที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า  ฉันอาหารเหมือนหยอดน้ำมันที่เพลาเกวียน  หยอดมากไม่ได้  ต้องหยอดแต่พอดี  หรือให้กินอาหารเหมือนกินเนื้อบุตรกลางทะเลทราย  พ่อแม่พร้อมลูกเดินทางข้ามทะเลทราย  เดินไปหลงทาง  อาหารหมด  ลูกตาย  ต้องเดินทางต่อจึงกินเนื้อบุตรที่ตายแล้วเพื่อประทังชีวิตจะได้เดินทางต่อไป

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: