Posted by: สิงห์ขาว | กุมภาพันธ์ 27, 2010

มาฆบูชาคุ้มครองโลก

 

ตัดส่วนเกิน เจริญส่วนขาด

พระปัญญานันทมุนี

มาฆบูชาคุ้มครองโลก

โดย พระปัญญานันทมุนี (สง่า สุภโร)  เจ้าอาวาสวัดปัญญานันทาราม

โลกอาจจะมีผู้ให้ความหมายที่แตกต่างกัน เช่น สัตว์โลก โลกคือหมู่สัตว์ มนุษย์โลก โลกของมนุษย์ เทวโลก โลกของเทวดา  โลกธรรม  ธรรมสำหรับโลกหรือกายยาววา หนาคืบ กว้างศอก ก็เรียกว่า โลก ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า

ภิกษุทั้งหลาย  ในกายยาววา  หนาคืบ  ที่พร้อมด้วยสัญญาและใจนี้แหล่ะ เราบัญญัติว่า  คือ  โลก  ที่มีพร้อมทุกอย่าง  คือ  ทุกข์  เหตุให้เกิดทุกข์  เหตุให้ดับทุกข์  มรรควิธี  ปฏิบัติเพื่อให้ทุกข์ดับ ฉะนั้นเธอทั้งหลายจงใช้กายนี้และใจนี้เป็นเครื่องทดลองค้นคว้าหาความจริงด้วยตนเองเถิด

การคุ้มครองโลกมีแนวคิดและวิธีที่แตกต่างกันแต่สรุปแล้วมีอยู่สองประการคือ คุ้มครองด้วยศาสตราวุธมีมีดหอกดาบปืน  จนถึงระเบิดปรมาณูหรือระเบิดนิวเคลียร์  เป็นต้น  อีกประการหนึ่งคุ้มครองโลกด้วยธรรมาวุธ คือ  ศีล  สมาธิ  ปัญญาที่ทำลายกิเลส  ตัณหา  อุปาทานด้วยการประพฤติปฏิบัติ  ทำให้โลกทั้งภายในและภายนอกได้รับการคุ้มครอง

การคุ้มครองโลกโดยอาวุธมีแต่หายนะเต็มไปด้วยความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน คงเหลือไว้แต่การพลัดพรากและคราบน้ำตารวมถึงซากปรักหักพังไว้เป็นอนุสาวรีย์ ของความโหดร้ายทารุณของคนในโลก

เมื่อพิจารณากันให้ดีแล้วความโหดร้ายทารุณไม่มีอะไรเกินคน การทำสงครามไม่มีในหมู่สัตว์ การฆ่าล้างโคตรหรือการข่มขืนแล้วฆ่าไม่มีในหมู่สัตว์ หรือแม้ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นเช่น แผ่นดินไหว  อุทกภัย  วาตภัย  อัคคีภัย  เป็นต้น ก็ยังร้ายไม่เกินคน  ที่จริงแล้วภัยธรรมชาติเหล่านั้นสาเหตุหนึ่งก็มาจากคนที่เข้าไปทำลายล้างจนอากาศเป็นพิษ ภาวะโลกร้อน แหล่งน้ำเสีย ขยะล้นโลก มลภาวะเป็นพิษ  เกิดโรคและภัยพิบัติต่าง ๆ นา ๆ

ขณะเดียวกันการสร้างสรรค์พัฒนาโลกให้เจริญก้าวหน้าก็ไม่มีใครเกินมนุษย์ที่ได้ฝึกฝนอบรมก่อให้เกิดความสุขความเจริญ   จนที่สุดทำให้โลกได้รับการคุ้มครอง  ทั้งโลกคือชีวิตและสัตว์โลกรวมถึงโลกที่อาศัย โดยใช้ธรรมาวุธ เป็นเครื่องมือจึงได้เกิดพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลายขึ้นในโลก จนก่อให้เกิดความรักที่เทิดทูนบูชากลายเป็นความรักที่คุ้มครอง ทำให้โลกได้รับอิสรภาพ ภราดรภาพ และสมภาพ  ได้เกิดขึ้นแล้วในโลกเมื่อสองพันห้าร้อยกว่าปีซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 3 ที่พระอรหันต์ 1,250 รูปมาประชุมพร้อมกันที่เวฬุวันสวนไม้ไผ่  กรุงราชคฤห์ การประชุมครั้งนั้นเรียกว่า  จาตุรงคสันนิบาต คือ การประชุมพร้อมด้วยองค์สี่มีครั้งเดียวในโลก คือ

  • 1. วันนั้นดวงจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ (เพ็ญเดือนสาม)
  • 2. พระสงฆ์ 1,250 รูป มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย
  • 3. พระสงฆ์เหล่านั้นทั้งหมดล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญาหก
  • 4. พระสงฆ์เหล่านั้นทั้งหมดเป็นเอหิภิกขุ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: