Posted by: สิงห์ขาว | มกราคม 27, 2010

โอวาทบวชเณร

โอวาทจากหลวงปู่พระอุปัชฌาย์

พระพรหมมังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)

เจ้านาคน้อยทั้งหลาย เวลานี้พวกเราเรียกว่าเป็นนาค แปลว่า “ผู้ประเสริฐ” เตรียมตัวจะบวชเป็นสามเณรในพุทธศาสนา

ในองค์การพุทธศาสนาเรานั้น ผู้ที่บวชเป็นสามเณรองค์แรกคือพระราหุล พระราหุลเป็นโอรสของเจ้าชายสิทธัตถะซึ่งต่อมาก็เป็นพระพุทธเจ้า เวลาตรัสรู้แล้วกลับมาเยี่ยมบ้านเกิด คือ เมืองกบิลพัสดุ์ พระนางพิมพามารดาของพระราหุลได้บอกกับพระราหหุลว่า “องค์ที่เดินไปข้างหน้าเป็นพ่อของเจ้า เจ้าจงเข้าไปขอทรัพย์สมบัติ จะได้รับประโยชน์ต่อไป”

ราหุลน้อยก็ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พูดจาตามประสาเด็ก พระพุทธเจ้าก็จับมือจูงไปพาไปวัด ไปถึงวัดก็คิดว่า ถ้าจะให้ให้ทรัพย์สมบัติที่เป็นวัตถุ เป็นเงินเป็นทองเป็นข้าวของ ไม่ถาวร ไม่เป็นประโยชน์อะไร ทรัพย์ที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงคือธรรมะเป็นทรัพย์ภายในเรียกว่า อริยทรัพย์ ก็เลยเรียกพระสารีบุตร พระสาวกคนสำคัญมาบอกว่า “เธอจงบวชราหุลให้เป็นสามเณร”

ท่านถามว่า “ทำยังไง”   ให้ปลงผม ตัดเล็ก โกนหนวด นุ่งผ้าขาว เข้ามาหาพระอุปัชฌาย์ขอบรรพชาอุปสมบท ให้บรรพชารับศีล ๑๐ ก็ได้ เขาเรียกว่า “สามเณร”

ราหุลเมื่อได้บวชเป็นสามเณรแล้วก็ตามหลังพระพุทธเจ้าไปตามที่ต่าง ๆ พระพุทธเจ้าเสด็จไปไหนก็พาไปด้วยให้ไปรับฟังคำสอน เพื่อนำมาปฏิบัติต่อไป จนอายุครบ ๒๐ ปี จึงได้บวชเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา ปฏิบัติตนดีงามสำเร็จอรหัตผลเป็นพระอรหันต์รูปหนึ่ง เป็นพระที่มีชื่อเสียงสำคัญในพระพุทธศาสนา

มีคำสอนที่มีชื่อว่า “ราหุโลวาท” คือเทศน์ให้ราหุลฟังเป็นสูตรเฉพาะเรื่องสอนให้รู้ว่า ควรอยู่อย่างไร ควรคิดอย่างไร ควรพูดอย่างไร ควรทำอย่างไร จึงจะไม่มีความทุกข์ ความเดือดร้อนใจ

ราหุลเป็นผู้ที่ว่าง่ายสอนง่าย ตั้งใจบวชตั้งใจเรียนประพฤติดี ประพฤติชอบ จนได้เป็นพระในพระพุทธศาสนาช่วยทำงานเผยแผ่ธรรมะของพระพุทธเจ้าให้แพร่หลาย เป็นสามเณรองค์แรก แล้วต่อมาก็มีผู้เริ่มบวชตามๆกันมา จนกระทั่งถึงทุกวันนี้

พวกเราเป็นเด็กอายุยังไม่ครบ ๒๐ หน้าร้อนโรงเรียนปิดภาคเรียน ถ้าให้อยู่กับบ้านก็คงจะไปเที่ยวไปสนุกเล่นเกมส์วันยังค่ำ ไม่ได้คิดก้าวหน้าอะไร ให้เอามาไว้วัดเพื่อให้พระอบรมสั่งสอน สร้างนิสัยที่ดีงามให้รู้จักพระพุทธเจ้า ให้รู้จักพระธรรม ให้รู้จักพระสงฆ์ เพื่อให้รู้ว่าตัวคนทำอะไรอันเป็นการดีการชอบ แล้วก็ทำอย่างนั้น เป็นที่พอใจของพ่อแม่ปู่ตาย่ายาย ๆ มีความรัก พวกเขาต้องการเห็นเราเป็นคนดีตามหลักพุทธศาสนาจึงได้ขอร้องให้เข้ามาบวชเป็นสามเณร

ที่นี่บวชทุกปี ปีละร้อยบ้าง ไม่ถึงร้อยบ้าง ทำกันมาโดยลำดับ ผู้ที่ได้บวชแล้วได้เรียนรู้พระพุทธศาสนาออกไปก็เป็นเด็กดี เชื่อฟังพ่อแม่ รักการเรียนตั้งใจศึกษาเล่าเรียน บางคนก็ได้ไปต่อถึงเมืองนอกได้ไปเรียนต่างประเทศ กลับมามีความรู้มีความสามารถเป็นคนดีของชาติ ของบ้านเมืองต่อไป

เธอทุกคนต้องนึกไว้ในใจว่า

“เราเป็นคนหนึ่งที่เกิดในแผ่นดินไทย ต้องเป็นคนดีของแผ่นดินไทย

เป็นคนดีของพ่อแม่ เป็นคนดีตามหลักพุทธศาสนาจะไม่ทำสิ่งชั่วร้าย”

แต่ถ้ายังไม่รู้อาจจะทำผิด สร้างความทุกข์ ความเดือดร้อน ให้แก่ตน โดยประการต่าง ๆ พ่อแม่จึงจัดให้เรามาบวชในพระศาสนา ตั้งแต่อายุน้อย ๆ บวชแล้วได้เล่าได้เรียน ถ้ามีศรัทธามั่นคงก็อยู่ไปจนแก่จนเฒ่าเหมือนชีวิตหลวงพ่อ

หลวงพ่อบวชเป็นสามเณรเมื่ออายุ ๑๘ แล้วก็บวชเป็นพระจนบัดนี้อายุ ๙๕ ปีจะครบร้อยอยู่แล้ว เพราะตั้งใจทำแต่ความดีใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์แก่ชาติ แก่บ้านเมือง แก่ประชาชน ด้วยการสอนเขาให้รู้ว่า อะไรถูก อะไรผิด อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ คนที่เข้ามาบวชแล้วออกไปก็เป็นคนดีของพ่อแม่ เป็นคนดีในโรงเรียน เป็นคนดีของชาติ เป็นคนดีตามหลักพุทธศาสนา มีคุณค่าสำหรับชีวิต

เธอทุกคนจงคิดอย่างนั้น

ต้องเตรียมตัวเพื่อเป็นคนดีเพราะเราเกิดมาเพื่อความเป็นคนดี

ไม่ได้เกิดมาเพื่อความเป็นคนชั่ว

สิ่งใดเป็นของชั่วงดเว้น ไม่กระทำสิ่งนั้น

เชื่อฟังพ่อแม่คอยสอนคอยเตือน เชื่อฟังครูอาจารย์

เชื่อฟังพระสงฆ์องค์เจ้าที่เป็นศิษย์ของพระพุทธเจ้าแล้วนำหลักธรรมนั้น

ไปปฏิบัติแก้ไขตัวเองให้ดี ให้เจริญก้าวหน้า

เวลาบวชอยู่นี้ไม่ได้ทำอะไร ก็อ่านหนังสือธรรมะ เอาธรรมะมาเป็นกระจกส่องดูตัวเราว่า เรามีความผิดมีความบกพร่องอะไรบ้าง ถ้าเห็นว่าผิดก็ต้องแก้ อย่าปล่อยให้ความผิดอยู่กับเรานาน ๆ

ถ้าความผิดอยู่กับเรานาน ๆ เราก็พลอยเป็นคนชั่ว คนร้าย ติดคุก ติดตะราง ถูกจับกุมมาลงโทษเสียชื่อพ่อแม่ เสียชื่อครูบาอาจารย์เป็นคนรกบ้านรกเมือง ไม่ได้เรื่องอะไร

เพราะฉะนั้น

เราต้องใช้เวลามองดูตัวเอง พิจารณาตัวเอง ตักเตือนตัวเอง

แก้ไขตัวเอง เข้ามาบวชแล้วต้องเป็นคนอ่อน อ่อนน้อมถ่อมตน

เชื่อฟังคำสอนของพระที่เป็นครูบาอาจารย์

รู้ว่าอะไรผิดเลิกกระทำต่อไป

ทำแต่สิ่งที่ดีที่งาม ชีวิตก็จะเจริญก้าวหน้า สมความตั้งใจของพ่อแม่

เพราะพ่อแม่ต้องการเห็นลูกเป็นคนดี มีความเจริญก้าวในชีวิต ในการงาน

เราก็ต้องทำตนให้เป็นคนดี อย่าทำตนให้เป็นคนชั่ว อย่าคิดเรื่องชั่ว

อย่าพูดเรื่องชั่ว อย่าทำเรื่องชั่ว อย่าคบหาสมาคมกับคนชั่ว ๆ

แต่คบหาสมาคมกับเพื่อนดี หมั่นมาวัด ฟังเสียงพระอ่านหนังสือธรรมะ

เชื่อฟังพ่อแม่ ก็เป็นเด็กดีตั้งแต่เล็ก โตขึ้นก็เป็นคนดีของชาติ ของบ้านเมือง

เกิดมาไม่เสียชาติที่ได้เป็นมนุษย์ได้พบพุทธศาสนา

ได้ปฏิบัติตนถูกต้องตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า

พ่อแม่ชื่นใจ ครูชื่นใจ ใคร ๆ เห็นก็ชื่นใจ

เราเกิดมาทำดีให้คนทั้งหลายชื่นใจ

อย่าทำชั่วให้คนทั้งหลายเดือดร้อน

ให้คิดอย่างนั้น

แล้วให้มองดูตัวเองว่าเรามีอะไรไม่ดีบ้าง

ผิด ทำลายมันเสีย ชำระล้าง

เมื่อร่างกายเราสกปรกต้องรีบอาบน้ำขัดถูให้สะอาดฉันใด

ความชั่วที่ก่ออยู่ที่กาย ที่วาจา ที่น้ำใจ

เมื่อเรารู้ว่ามันไม่ดี ไม่งาม ก็แก้ไขอย่าชักช้า

ถ้าชักช้ามันก็จะติดนานก็จะทำให้เสียผู้เสียคน

เสียชาติที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ได้พบพระพุทธศาสนา

เป็นไทยต้องมีใจอิสระไม่ตกเป็นทาสของความชั่ว

เป็นชาวพุทธ ก็ต้องเป็นคนตื่นตัว ว่องไว ก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลา

จึงจะสมศักดิ์ศรี

จงตั้งใจไว้ว่า

เราคนหนึ่งจะเป็นคนดีของชาติ เป็นคนดีของประเทศ

จะไม่คิดเรื่องชั่ว ไม่ทำเรื่องชั่ว ไม่คบหาสมาคมกับคนชั่ว

ไม่ไปสู่สถานที่ชั่วที่เลว

แต่จะไปสู่สถานที่ดีงาม ทำชีวิตให้ประเสริฐด้วยธรรมะ

ธรรมะเป็นธรรมะค้ำจุนจิตใจให้เรามีความเจริญก้าวหน้า

ชีวิตที่มีธรรมะ เป็นชีวิตที่ควรแก่การกราบไหว้บูชา

ขาดธรรมะก็ไม่มีความหมายให้จำไว้ให้ดี

เวลาบวชแล้วก็ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ให้อ่านให้ท่องอะไรก็ท่องให้จำ

อย่าขี้เกียจ อย่าเหลวไหวให้นึกเตือนจิตเตือนใจ

เมื่อเราอยู่บ้านมีอะไรไม่ดีไม่งาม มาอยู่วัดแล้วก็ต้องเปลี่ยนชำระให้สะอาด

ปราศจากทุกโทษภัย ชีวิตก็จะมีค่ามีราคา สมความปรารถนา

ให้ทุกคนจำไว้

แล้วตั้งใจปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบตลอดไปฯ

ต่อไปนี้ก็จะทำการบรรพชาเป็นสามเณรต่อไป

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: