Posted by: สิงห์ขาว | กุมภาพันธ์ 24, 2009

วัดวิถีพุทธเฉลิมพระเกียรติ (๒)

วัดวิถีพุทธเฉลิมพระเกียรติ เข้าวัดศึกษาธรรม ปฏิบัติธรรม บำเพ็ญบุญ สร้างบารมีวันอาทิตย์ ได้เกิดขึ้นแล้วตามโครงการในปี ๒๕๕๑ จำนวน ๘๐ วัดทั่วประเทศ จากน้ำใจความรับผิดชอบของทุกฝ่าย ทั้งผู้ให้ก่อให้เกิดโครงการ และผู้ปฏิบัติตามโครงการ ในนามพุทธบริษัทในวัดนั้นๆ นับว่าเป็นการร่วมกันสืบอายุพระพุทธศาสนา ตามพุทธประสงค์ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อนเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ได้ทรงมอบพุทธศาสนาไว้กับพุทธบริษัททั้ง ๔ จึงทำให้วัดวิถีพุทธเฉลิมพระเกียรติเกิดขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่ทุกฝ่าย

โดยสภาพความเป็นจริงทุกฝ่ายทราบและประจักษ์ชัดว่า ความไร้ศีลธรรมของคนในสังคม ก่อให้เกิดความวิกฤตทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง จนทำให้สถาบันหลักที่สำคัญของชาติต้องได้รับความกระทบกระเทือน และรับผลวิกฤตจากความไร้ศีลธรรมด้วย
เราสูญเสียแผ่นดินไทยมาถึง ๑๔ ครั้ง ก็ยังไม่ร้ายเท่ากับความสูญเสียศีลธรรมจากจิตใจของคนในชาติ ที่จะก่อให้เกิดความสูญเสียความเป็นชาติไทย และทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่การดำรงไว้ซึ่งความเป็นมนุษย์ของชาติ

วัด ถือเป็นมรดกที่บรรพบุรุษได้สร้างและมอบไว้เป็นสมบัติของชาติของแผ่นดินเพื่อใช้เป็นสถานที่พัฒนาจิตใจคนให้มีศีลธรรม ประเทศไทยถือว่าโชคดีมีพื้นที่ที่ดี คือวัดสามหมื่นกว่าวัด แต่น่าเสียดายปัจจุบันเป็นวัดร้างแล้วเกือบหมื่นวัด ส่วนวัดที่เหลือเรากลับเห็นเพียงสัญลักษณ์ความเป็นชาวพุทธทางวัตถุ มีวัด มีพระ แต่ขาดวิถีชีวิตที่ต่อเนื่องถึงความเป็นพุทธบริษัท ถึงวันพระ ชาวพุทธไปวัดไม่ได้เพราะติดทำงาน มีพระนักเทศน์แต่ขาดผู้ฟัง ถึงวันอาทิตย์ญาติโยมก็นิมนต์พระไปทำบุญนอกวัด เป็นพระพิธีกรรม กิจกรรมในวัดไม่มี นี้เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้วัดร้างมากขึ้น ความไร้ศีลรรมหรือห่างเหินศาสนาก็จะมากขึ้น

วัดวิถีพุทธเฉลิมพระเกียรติ เข้าวัดบำเพ็ญบุญวันอาทิตย์ถือว่าเป็นแนวทางของการนำศีลธรรม หรือศาสนามารักษาใจคนในชาติ และเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดคุณูประการแก่ประเทศชาติบ้านเมือง นับว่าเป็นแนวทางให้กับชาวพุทธได้มีโอกาสรับใช้เพื่อนมนุษย์โดยมีพระพุทธศาสนาเป็นแนวทางแห่งการฝึกฝนสำคัญ แม้จะเรียกชื่อต่างกันไปบ้าง เช่น วัดวิถีพุทธเฉลิมพระเกียรติ เข้าวัดวันอาทิตย์ หรือวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน หรือสร้างวัดให้ลูกหลานเล่น ก็ไม่ใช่แก่นสาระสำคัญ แต่สำคัญตรงวิธีการปฏิบัติ โดยการนำกิจกรรมวันพระมาใช้ในวันอาทิตย์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน ดังเช่น

วันพระสมัยก่อนญาติโยมจะไม่นิมนต์พระออกนอกวัด แม้กิจบิณฑบาตก็ยังมีธรรมเนียมปฏิบัติให้หยุดในวันพระ เพื่อญาติโยมจะได้เข้าวัด และนำภัตตาหารมาถวายที่วัด ถึงเวลาพิธีการพระจะเป็นผู้นำญาติโยมบูชาพระ สวดมนต์ สมาทานศีล แสดงธรรม ถวายสังฆทาน ให้ศีลให้พร แผ่เมตตา กรวดน้ำ วัดจึงคลาคล่ำไปด้วยพุทธบริษัท กลิ่นธูปแสงเทียนก็อบอวลไปทั่ววัด แต่ปัจจุบันวันพระ กลับร้างผู้คน เพราะไม่ตรงกับวันหยุด ถึงวันอาทิตย์วัดก็ไม่ได้จัดกิจกรรม กลับกลายเป็นความสะดวกแก่ญาติโยมส่วนหนึ่งที่นิมนต์พระไปทำบุญตามบ้าน วัดจึงยิ่งเว้นว่างจากพระและผู้คน

ดังนั้นวิธีการที่จะช่วยแก้วิกฤตทางศีลธรรมก็ต้องนำกิจกรรมวันพระมาจัดในวันอาทิตย์ เพื่อสะดวกแก่ญาติโยมทุกฝ่ายได้บำเพ็ญบุญบารมีที่พุทธบริษัทได้ร่วมใจกัน เสียสละร่วมกัน โดยไม่นิมนต์พระไปทำบุญนอกวัด

วัดสามหมื่นกว่าวัดที่ยังไม่ร้าง หากเราสามารถเริ่มต้นจากจำนวนน้อยๆ อาทิตย์หนึ่ง จาก ๑๐ – ๕๐ คน รวมกันก็ได้เป็นแสนคนล้านคน และเชื่อว่าจากจำนวนน้อยนิดจะเติบโตเป็นจำนวนมหาศาลและจะสร้างคนให้มีความอิ่มเอิบในศีลธรรมนำมาซึ่งสังคมชาวพุทธก็จะพบกับความสงบเย็นและเป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองและโลก

ขออนุโมทนาแก่ทุกฝ่ายที่ช่วยให้เกิดมีวัดทำบุญวันอาทิตย์ และร่วมกันสานต่อ ร่วมใจสร้างชาติเปิดวัดวันอาทิตย์ และถือว่าวันพระให้เป็นกิจของพระ ส่วนวันอาทิตย์ให้เป็นกิจของชาวพุทธ เพื่อความสุขสงบเย็น เป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย

สาธุ สาธุ อนุโมทนามิ
คณะกรรมการโครงการวัดวิถีพุทธเฉลิมพระเกียรติ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: