Posted by: สิงห์ขาว | สิงหาคม 5, 2008

มาวัดปัญญานันทาราม

น้อมกราบบูชาหลวงพ่อ

มาวัดปัญญานันทาราม   โดย…พระครูสีลวัฒนาภิรม

 
คนที่มาวัดปัญญาฯ มักบอกว่า “ที่นี่ไม่เหมือนวัด”


ถ้าเครื่องหมายของการเป็น “วัด” คือที่รวมของโบสถ์ วิหาร ลานเจดีย์ ที่ใส่กระดูก เมรุเผาศพ แล้วจึงเป็นวัด ก็ไม่สามารถเรียกที่นี่ว่าเป็น “วัด” ได้


แต่ถ้า “วัด” คือ ที่รวมของความสงบ เป็นสถานสำหรับบำเพ็ญบุญ รักษาศีล ฟังธรรม เจริญภาวนา ฝึกฝนตนเองให้พ้นจากวัฏฏสงสารแล้ว วัดปัญญานันทารามก็เป็นวัดที่สมบูรณ์ตามที่พระพุทธเจ้าทรงรับรอง ที่เรียกว่า “อาราม” หมายถึงสถานที่ให้ความรื่นรมย์ ให้ความสงบทางจิตใจ


หลวงพ่อปัญญาฯ  กล่าวว่า

“วัดปัญญานันทาราม แปลว่า สถานที่ให้เกิดปัญญา ผู้ที่มาวัดนี้ต้องมาแสวงหาปัญญา เป็นสถานที่ให้คนมาหาความสงบใจ มาศึกษาเรื่องเกี่ยวกับชีวิตเราแต่ละคน ให้รู้จักชีวิตที่ถูกต้อง วัดที่เผาคนตายมีมากแล้ว วัดนี้สร้างขึ้นเพื่อเผาคนเป็น…เผาผีกิเลสในตัวคน”

อ่านเรื่อง “วัด” เพิ่มเติมได้ที่นี่
( จาก ประกายแห่งปัญญา ๓ หน้า ๕  เมตตา อิศราภรณ์ บรรณาธิการ)

ขอบคุณ คุณสมศรี เจริญวีรกุล พิมพ์ข้อมูล

Advertisements

Responses

  1. ผมเพิ่งไปบวช เนกขัมมะ มาเมื่อ วันจันทร์ – วันพุธที่ผ่านมา ได้ความรู้เยอะแยะเลยครับ จากที่อ่านหนังสือเอาเอง และ พระอาจารย์ สอนได้ละเอียดมาก ปริศนาธรรม สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานและ ชีวิตประจำวันได้มากเลยครับ ขอบพระคุณพระอาจารย์ และผมตั้งใจว่าจะไป บวชเนกขัมมะ อีกครับ

  2. วันที่ดิฉันไปเป็นครั้งแรกของการไปปฏิบัติธรรมแต่รู้สึกดีมากวันสุดท้ายวันอาทิตย์จะมีเทศนา ดิฉันได้ฟังการบรรยาธรรมของท่านเจ้าอาวาสมีอยู่ท่อนหนึ่งที่รู้สึกเศร้าใจมากเรื่องของศาสนาพุทธและศาสนาอื่น หลวงพ่อท่านบอกว่าศาสนาอิสลามมีการเข้าไปละหมาดทุกวันศุกร์และคนก็ไปละหมาดกันเยอะมากศาสนาคริสต์ต้องไปเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ แต่ศาสนาไม่ได้บอกว่าต้องเข้าวันไหนแต่ได้แต่กำหนดไว้ว่าเรามีวันพระ แต่สมัยนี้คนก็เข้าวัดน้อยลงคิดแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยดีเพราะขนาดตัวดิฉันเองกว่าจะเจียดเวลาไปบวชได้ก็ยังผลัดไปหลายครั้ง แต่ก็พยายามเข้าวัดทุกเดือน แต่ต่อไปก็พยายามกำหนดให้ไปสัปดาห์ละครั้ง ดิฉันเกรงว่าต่อไปถ้าเราไม่ค่อยเข้าวัดกันศาสนาของเราใครจะสานต่อ วันที่ไปมีการเข้าค่ายพุทธบุตรของเด็กนักเรียนด้วยดิฉันคิดว่าเป็นการดีที่ให้เด็กได้อยู่ใกล้วัดบ้าง แต่เด็กสมัยนี้เน้นความเฮฮาสนุกสนานมากก็ไม่รู้ว่าจะได้อะไรไปแค่ไหน ผิดกับเมื่อก่อนตอนดิฉันยังเด็กเข้าวัดทีไรต้องเรียบร้อยที่สุด สงบทีสุด เด็กเมื่อก่อนเป็นอย่างนี้กันทุกคน นี่เป็นสัญญาณเตือนหรือเปล่าว่าศาสนาของเราซึมเข้าใจจิตใจของชาวพุทธเราน้อยลงทุกที
    ข้อความในกระทู้นี้หากผิดพลาดอย่างไรต้องขออภัยและสามารถชี้แนะได้

  3. ที่นี่เป็นวันปฏิบัติที่สงบดี ผู้ที่ฝึกหัดกรรมฐาน สมควรเริ่มต้นจากวัดนี้ พระท่านสอนดีมาก กุฏิก็สะดวกสบายสำหรับผู้ที่ชอบความสมถะ
    แต่ก็สังเกตุดูผู้ไปปฏิบัติบางคนก็สามารถปฏิบัติตามระเบียบได้แต่บางคนก็ยังติดความสบายอยู่ก่อนที่จะมาปฏิบัติควรละความสบายไว้บ้างคิดว่าเรามาเอาบุญจะได้ไม่ต้องให้พระท่านต้องลำบาก เช่น ผ้าห่มที่นี่มีให้ 1 ผืน เสี่อ 1ผืน หมอน 1ใบ แต่บางคนขอผ้าห่ม 2ผืนเพราะไม่สามารถนอนเสื่อได้ ขอเลือกลายหมอนเอง พระท่านก็ไม่ว่า แต่ตอนเก็บต้องเข้าใจว่าส่วนใหญ่พระท่านเป็นผู้มาเก็บให้ ห้องน้ำห้องท่าก็เหมือนกันใช้แล้วต้องให้สะอาดไม่ใช่ให้พระท่านมาตามเก็บทีหลัง เพราะที่นี่ไม่มีแม่บ้านไม่ได้จ้างไว้ทุกอย่างทำเอง และการปฏิบัติต้องเข้าใจว่าปฏิบัติสำหรับไม่ใช่การมาหาเพื่อนใหม่ที่นี่ ทุกคนสามารถมีกัลยาณมิตรใหม่ที่ดีได้แต่ไม่ใช่ในเวลาปฏิบัติ ดิฉันสังเกตุเห็นถ้อยคำที่ถามกันจะไม่ค่อยเกี่ยวกับการปฏิบัติจะเป็นการสอบถามเรื่องส่วนตัวซะมาก เช่นคุณทำงานอะไร มายังไง มีครอบครัวหรือยัง มีลูกหรือยัง สำหรับผู้ที่มาเวลาปฏิบัติเราก็น้อยเต็มทน เราจะสะสมบุญเราได้แค่ไหน ปฏิบัติให้มากพูดให้น้อย
    ต้องขออภัยหากข้อความในกระทู้นี้ไม่ตรงกับความคิดของใครสามารถติติงได้


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: