Posted by: สิงห์ขาว | กรกฎาคม 16, 2008

ทำงานตามหน้าที่

บูชาหลวงพ่อ

ทำงานตามหน้าที่ โดย หลวงพ่อปัญญานันทะ (๑๖ มีนาคม ๒๕๔๒ ณ วัดปัญญานันทาราม : อบรมข้าราชการตำรวจ “ค่ายคุณธรรม”)

หลวงพ่อเป็นนักบวชในพระพุทธศาสนา มอบชีวิตถวายพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ทำงานเพื่อพระรัตนตรัย ไม่ได้หวังอะไรตอบแทน ทำตามหน้าที่ ไม่กลัวเหนื่อย ไม่กลัวลำบาก พูดไม่เกรงใจใคร เราถือว่าทำงานตามหน้าที่ ทำเพื่อความถูกต้องให้คนได้ สำนึกว่าทำไปตามเนื้อผ้า ก็ไม่มีอะไร ไม่เสียหายอะไร เทศน์แรง ๆ ก็ไม่มีใครว่า เราเตือนบ้าง ก็ไม่ต้องเตือนว่าเราทำไปตามหน้าที่ พระพุทธเจ้าสั่งให้ทำอย่างนี้ ก็ทำตามคำสั่งของพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าสั่งไว้ตั้งแต่เมื่อไร สั่งว่าตั้งแต่โน้น ที่ป่าอิสิปะตะนะมฤคทายวัน พระ ๖๐ รูป รวมพระพุทธเจ้า ๖๑ ยืนรอบ พระพุทธเจ้าตรัสว่า เธอทั้งหลายจงไป ประกาศคำสอน อันงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่มหาชน นี่สำคัญที่สุด เป็นคำสั่งฉบับแรก ที่พระพุทธเจ้าสั่ง คำสั่งของเถรสมาคม เยอะ อ่านแล้วเก็บๆ ไม่เอามัน ไม่ค่อยได้เรื่อง ฟุ่มเฟื่อย แต่ของพระพุทธเจ้าเด็ดขาด เธอทั้งหลายจงเที่ยวไป เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่มหาชนก็ทำหน้าที่ไปสอนคน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเที่ยวไปเอง เพราะนิมนต์ก็รับไม่ไหวอยู่แล้ว ไปที่โน่น ไปที่นี้ ก็ไปเทศน์คนทั้งนั้น เทศน์แก่คนทั้งนั้น เทศน์เพื่อให้คนเข้าใจอะไรเป็นอะไร ศาสนาคืออะไร สอนให้เขา พูดจาตรงไปตรงมา ให้คนเข้าใจ ใครสงสัยให้ถามได้ เปิดโอกาสให้ถาม เพราะนานๆ มาที ได้ความรู้ ความเข้าใจ ทำมาไม่ได้หวังอะไร ไม่ได้คิดเป็นเจ้าคุณฯ อะไรของเขา แต่เขาให้เอง เพราะเห็นว่าทำงานมาก ต้องให้เสียหน่อย ถ้าไม่ให้อย่างนั้น เพราะประชาชนมันบ่น ว่าพระปัญญาทำงานมากไม่เห็นว่าได้เป็นอะไร ให้เสียหน่อย ได้แล้วก็หลายๆ ปี เลื่อน พวกอยู่กรุงเทพฯ ๕ ปี เลื่อน ๖ ปีเลื่อน หลวงพ่อ ๑๐ ปีก็ยังไม่ได้เลื่อน เพราะว่าไม่ได้ไปยุ่งวันเกิดผู้หลักผู้ใหญ่ หลวงพ่อไม่เคยไป เพราะเราไม่ว่างจะไป ไม่เห็นมีความจำเป็น ไปหาประชาชน ทำงานกับประชาชนตลอดเวลา ได้รับอะไรบ้าง ไม่ได้ดีอกดีใจ ได้มาแล้วไม่เคยฉลอง วัดไหนได้อะไรกัน แห่กันฉลองมันไม่เข้าเรื่อง เราไม่ฉลอง ทำหน้าที่ต่อไป ยังมีชีวิตพอทำงานได้ ก็ทำต่อไปตลอดเวลา

หลวงพ่อถือว่า คำสั่งฉบับนี้สำคัญที่สุด ที่จะต้องปฏิบัติตาม

เดี๋ยวนี้สบาย ไปเรือบิน ไม่ต้องเดิน สมัยก่อนต้องเดิน เมื่อเทศน์ใหม่ๆ ต้องเดิน อยู่สงขลา เดินตั้งแต่ในเมืองไปถึงเทศน์บ้านนอนทา เดินไปถึง อำเภอจะทิงพระ นอนก่อน ตื่นเช้าค่อยฉันกับเขา แล้วออกเดิน วัดไหนตีกลองเพล ก็แวะเข้าไปรู้จัก ไม่รู้จักก็ไปฉันได้ ฉันเพลก็เดินต่อ ไปถึงก็เทศน์ๆ กัณฑ์หนึ่ง แล้วก็เดินทางกลับ เดินกันจนริมสบงขาด ก็เดินถูแข้งบ่อยๆ
นั่งรถไฟก็นั่งชั้นสาม ถูกหน่อย บางวันก็นั่งรถตู้บรรทุกสัตว์ เพราะคนมันไม่มีนั่งสบายดี ไปกัน บางวันนั่งรถไฟนั่งกับคอกรถดูแลรถ พวกนี้มันเมากัน แขวนพระเต็มคอ พอเมาแล้วทอดผ้า หลวงพ่อแกว่งไปแกว่งมา หลวงพ่อพลอยเมาไปด้วย พระยืนอยู่องค์มันไม่ให้กิน ไม่ให้ฉันน้ำ ก็ไม่ให้ข้าวก็ไม่ให้ ขึ้นตั้งแต่เพชรบุรี ๖ โมง จนกระทั่งไปถึงประทิว ๓ ทุ่ม ซิ้มขึ้นมา ขึ้นมาถึงยกมือไหว้ มนุษย์มาแล้ว คนก็เอาเก้าอี้มาให้นั่ง แกไม่นั่งแกนิมนต์นั่งค่ะ ท่านยืนมาจากไหน ตอบไปก็ไอ้พวกนั้นถูกด่าซิ เราไม่ตอบเฉย ยืนจนขาแข็งไม่ได้ดื่มน้ำซักหยดเดียว คอแห้ง อดทนเพื่อพระพุทธเจ้าไปถึงชุมพร ๓ ทุ่มกว่า ถึงพระนครฯ เช้าเลยขึ้นจับที่นั่งๆ หลับจนถึงทุ่งสง ก็มืดไปเรียกสมภาร ว่าอะไรมาขอนอน ไปนอนศาลา ไปนอนกับหมาที่ศาลา ที่หมาเยอะ ตื่นเช้าก็ไปหาไม่รู้ว่าใคร เป็นสมภารไม่เอาไหน เปิดประตูรับนิดหน่อยก็ไม่ได้ ว่าไม่ได้กลางคืน กลัวโจร ต้องไปนอนกับขี้ฝุ่น แต่ไม่หวั่น เพราะยอมทำงานให้กับพระพุทธเจ้าๆ ไม่มีรายวัน ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ ทำมาจนกระทั่งอายุขนาดนี้ แล้วก็ยังไม่หยุดทำงาน

เถระสมาคมอายุมากแล้ว ไปนั่งประชุมไม่ได้แล้ว นอนแล้วก็ยังไม่ออก อยู่อย่างนั้น ท่านคณะสงฆ์มันจึงอืดอาด เพราะอะไร เอาคนแก่ไปทำงาน คนหนุ่มไม่ได้ทำจึงช้า ทำอะไร มีเรื่องอะไร กว่าจะได้เรื่องได้ราว ช้า ก็อย่างนั้น เพราะคนแก่ไม่ใช้เรื่องอะไร

เราทำหน้าที่ให้มานอนวัด นอนกลางแจ้งเสียบ้าง จะได้รู้สึกตัวมันเป็นอย่างไร อย่านอนเฉย ๆ นอนหลังก็พลิก นึกตรึกตรองอายุเท่าไหร่แล้ว ทำหน้าที่อะไร ครอบครัวมีกี่คน ลูกเต้าเป็นอย่างไร ศึกษาดีไหม ก้าวหน้าไหม หรือไปเข้าพวกยี่ห้อเกะกะระรานหรือเปล่า พ่อเป็นตำรวจนี้มันก็ไปได้ ไปเจอตัวเล็กถามว่าชื่ออะไร บอกว่าชื่อสัมฤทธิ์ พ่อเป็นนายตำรวจครับ ผมต้องเสียคน เพราะพ่อผมเป็นนายตำรวจ ลูกน้องพ่อผมมันไม่จับผม มันช่วยผมด้วยนะ เลยเสียคน นายยอดชื่อนายยอด ตายหรือยังไม่รู้ป่านนี้ ยอดสัมฤทธิ์ สุขุม หลวงสัมฤทธิ์ สุขุมวาด เป็นนายตำรวจดี เรียบร้อย มันเป็นคนเหลวใหล เพราะพ่อมันเป็นตำรวจ เจอลูกน้องเกรงใจพ่อ ไม่กล้าจับ ลูกนายต้องจับเด็ดขาด จะลงโทษอย่างไร ต้องจับเด็ดขาด เป็นจ่า เป็นหมื่น พี่ชายไปเล่นการพนัน ชาวบ้านบอกท่านหมื่น เป็นหมื่นก็ต้องจับ พ่อทำผิดก็ต้องจับเหมือนกัน เอาไปลงโทษเด็ดขาด

คือจะเป็นใครก็ตาม เช่น พวกหนูเป็นพยาบาล เป็นนักเรียน ก็ต้องนึกว่าเรามีหน้าที่ทำอะไร ทำหน้าที่นั้น ให้สมบูรณ์ ให้เรียบร้อย ไม่ใช่ทำเพื่อจะเอาอะไร โลกมันยุ่งเพราะเรื่องจะเอากันทั้งนั้น จะเอา ไม่ให้ก็จะเอา พระเราสอนไม่ถูก พระเราสอนว่าจะเอาอะไรก็ให้อธิษฐาน สอนไม่ถูก สอนให้โยมอยาก ธนบัตรใบเดียว อธิฐานมากมาย ค้ากำไรเกินควร พระสอนผิด ความจริงต้องสอนให้ไม่เอา ให้เพื่อขุดเกลาใจ ให้มันสะอาด ปราศจากความโลภ ตระหนี่ ปราศจากความเห็นแก่ตัว โดยไม่คิดเอาอะไร นั่นแหละถูกต้อง แต่พระท่านกลัวว่าโยมจะไม่ทำบุญ ความจริงโยมท่านเข้าใจถูกว่าทำบุญถูกแล้วไม่ฟุ่มเฟื่อย ไม่สุรุ่ยสุร่าย ทำเท่าที่จำเป็น

เดี๋ยวนี้ทำบุญเกินความจำเป็นเยอะแยะ สร้างอะไรเกินไป สร้างระฆังวัดเดียวมีตั้ง ๕-๖ หอ จะขึ้นจะตีไปไหน นั่งเรือไปทางสุพรรณผ่านวัดหนึ่ง มีหอระฆังตั้ง ๗ หอมันไม่ถูกต้อง พระก็ไปสอนให้คนเข้าใจ แล้วก็สร้างหนังสือ ไม่ใช่สร้างให้คนอ่าน ให้แมลงสาปอ่าน กองให้แมลงสาปไปทำรังกัน มันไม่ได้อานิสงส์ มันไม่เกิดอานิสงส์ เกิดเพราะเราสร้างและอ่านหนังสือ เขาให้ไปอ่านโปรดพ่อแม่ฟัง ให้ท่านเกิดปัญญาจึงจะถูกต้อง แต่ไม่ได้คิดอย่างนั้น สร้างอะไรเกินไป ทำให้เกิดปัญหาในสังคม

แล้วก็หาเครื่องล่อ ทำพระบ้าง พระโน่นพระนี่ องค์เล็กๆ ราคาตั้งหลายหมื่นแพงเกินไป ไม่เสียภาษีด้วยนะพระวัดนี้ไม่เสียภาษี ได้เงินเยอะๆ เอาเปรียบชาวบ้านไม่ถูกต้อง ทำอะไรก็เท่าที่จำเป็นแก่การจะใช้ เพื่อธรรมะเผยแพร่ธรรม อย่าให้มันเกินความต้องการ อย่าไปสร้างอะไรให้ใหญ่โตเกินไป สร้างพระใหญ่ เจดีย์ใหญ่ โบสถ์ใหญ่ สร้างเสร็จแล้วคนมานั่งไม่ทั่วเสาโบสถ์ เสาโบสถ์มันมากกว่าคน คนมันน้อยกว่าเสา แล้วจะคุ้มที่ไหนลงทุนเยอะแยะแต่ใช้ไม่คุ้มอย่างนี้พ่อยมบาลลงโทษ เพราะทำแล้วไม่ใช้ต้องคิด

ใครมาแจกฎีกา เราต้องคิดเอาไปไหนเอาไปทำอะไร เพื่ออะไร ช่วยเฉพาะที่เห็นเป็นประโยชน์ ถ้าไม่เป็นประโยชน์บอกว่ายังไม่ศรัทธาครับ ท่านก็เดินไปบ้านอื่นต่อไป พระก็จะเดินแจกฎีกาได้สักใบแจกตำรวจจับซะบ้าง ทำลายศาสนา เจอแล้วนิมนต์ไปโรงพัก แต่ลูกน้องจะได้ช่วยทำบุญบ้าง พาไปถามจดรายการ มาจากวัดไหนขอใบสุทธิดู บางทีไม่มีนะหลอก ปราบคนไม่ถูกต้อง

หลวงพ่อพูดคนเดียวก็คอแห้ง ใครจะถามอะไรได้ ทุกคนมีสิทธิจะถามได้ คนไทยเรานี้ปกครอง คนไทยเรานี้ให้ถามไม่ถาม ถามมันไม่บาป แต่ไม่ถามมันบาปอยู่ในใจเพราะว่ามันรู้ ไปเมืองฝรั่งเทศน์จบปุ๊บ เทศน์ ๓ ชม. เขาพร้อมที่จะถาม บ้านเราเปิดโอกาสเอาโยมถาม เมื่อวานพูดกับพระ ๓๐๐ รูป พระองค์ไหนมีอะไรจะถามบ้าง นั่งซึม ยกมือองค์หนึ่ง บอกออกมานี้ ออกมาให้ถาม องค์นั้นจบแล้ว มีถามอยู่รูปเดียว พระ ๓๐๐ มีรูปเดียว ไม่ได้เรื่อง ถามได้ ถือว่าเป็นกันเอง ถือว่าเรามาคุยธรรมะ ให้ความรู้ ตอบได้ก็ตอบ ตอบไม่ได้ก็สวด เขาจะถามก่อน ทำอะไรอย่าทำหลังเพื่อน หลวงพ่อไม่ชอบทำอะไรหลังเพื่อน ทำก่อนเพื่อน รายงานตัวก่อน จะได้รู้กัน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: