Posted by: สิงห์ขาว | กรกฎาคม 8, 2008

รากฐานเสรีภาพ

บูชาหลวงพ่อ

รากฐานเสรีภาพ โดย หลวงพ่อปัญญานันทะ (๑๖ มีนาคม ๒๕๔๒ ณ วัดปัญญานันทาราม : อบรมข้าราชการตำรวจ “ค่ายคุณธรรม”)

รากฐานของเสรีภาพ ว่าเสรีภาพนั้น เป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าส่งเสริม ไม่ใช่ของใหม่ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ หรือไม่ได้เกิดเมื่อ ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖ มัน ไม่ใช่อย่างนั้น มันเป็นของเก่าแก่ดึกดำบรรพ์ ที่พระพุทธเจ้าสอนมาแต่โบรมโบราณ เพื่อให้ปฏิบัติตนเพื่อเสรีภาพ แล้วก็สอนเสรีธรรม คือข้อปฏิบัติ ที่จะให้จิตใจเป็นอิสระเสรี อย่างแท้จริงธรรมะที่เป็นข้อปฏิบัติ เพื่อเสรีภาพอย่างแท้จริงนั้น คือการเจริญสติปัฏฐาน๔ ในองค์มรรคมีองค์ ๘ มรรคมีองค์แปดนั้นมีข้อหนึ่งว่า สัมมาสติ สัมมาสติคือความระลึกชอบ ระลึกชอบก็คือว่า เจริญสติปัฏฐาน๔ มีสติ มีสัมปชัญญะ มีความเพียร ในการกำหนดรู้เรื่องของร่างกาย กำหนดรู้เรื่องของจิต กำหนดรู้เรื่องธรรม กำหนดรู้เรื่องของเวทนา เรียกว่า กาย เวทนา จิต ธรรม ๔ อย่าง ให้กำหนดสิ่งเหล่านี้ ให้จิตอยู่กับสิ่งเหล่านี้ นั่นคือการฝึกฝนอบรมตนเอง เพื่อความเป็นเสรีชนอย่างแท้จริง

ที่เรามาวัดกันนี่ก็ให้เข้าใจว่า เรามารับแบบฝึกหัด เพื่อเอาไปปฏิบัติเพื่อความเป็นเสรีชน เพื่อให้มีเสรีภาพทางจิตใจ แล้วเราจะได้มีสุขทั้งกายและใจ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติทุกแง่ทุกมุม เช่นการให้ทาน การรักษาศีล การฟังธรรม การแสดงธรรม การเจริญภาวนา หรือการปฏิบัติอันใด ที่เป็นบุญกิริยา การกระทำที่เป็นบุญ ตามหลักพระพุทธศาสนาแล้ว ก็ถือเป็นการฝึกฝนอบรมตนเอง เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเสรีชนทั้งนั้น ให้เข้าใจอย่างนั้น ถ้าการปฏิบัติอันใด ทำให้เราต้องเป็นทาสของอะไร ก็ยังไม่ถูกต้องตามหลักการในทางพระพุทธศาสนา

หลักการในทางพระพุทธศาสนานั้น ต้องปฏิบัติ เพื่อให้จิตเราสูงขึ้น สะอาดขึ้น สว่างขึ้น สงบขึ้น มีเสรีภาพทางจิตมากขึ้น อันนี้เราดูด้วยตัวเอง วัดตัวเองได้ วัดว่าตั้งแต่เราเริ่มเข้าวัด เริ่มรักษาศีล เริ่มฟังธรรม เริ่มการศึกษาด้านภาวนา สภาพจิตใจดีขึ้นหรือเปล่า เรายังตกอยู่ในอำนาจของความโกรธที่เคยโกรธไหม สมมติว่าเราเคยเป็นคนใจร้อน ใจเร็ว หุนหันพลันแล่นมาก่อน ครั้นเรามาวัด ไอ้สิ่งนั้นมันลดลงไปหรือเปล่า ใจเคยร้อนมันลดลงไปหรือเปล่า ความขี้โกรธอะไรต่างๆ มีอะไรกระทบ ก็ปึงปังๆ คล้ายกับดินประสิว มันไวต่อไฟฉันใด เราก็สังเกตว่า มันเบาขึ้นหรือเปล่า ช้าลงหรือเปล่าในสิ่งเหล่านั้น หรือว่าเวลาที่เกิดอารมณ์รู้ทันหรือเปล่า รู้ตัวว่า กำลังโกรธอยู่ กำลังจะโกรธ หรือโกรธอยู่ รู้ตัวหรือเปล่า ถ้าพอรู้ตัวก็พอจะได้ปราบได้

คนเราที่กิเลสมันลุกลามขึ้นในจิตใจ ก็เพราะว่าไม่รู้ ไม่รู้ว่าเรากำลังคิดอะไร พูดอะไรออกไป ทำอะไรอยู่ เราไม่รู้ไม่เข้าใจในเรื่องนั้น เราก็ถูกมันครอบงำ มันบังคับเราให้กระทำอะไรๆ ด้วยประการต่างๆ ซึ่งล้วนแต่ตกเป็นทาสของอารมณ์ทั้งนั้น นี่คือความเสียหาย เราก็สังเกตได้ว่ามันมีทั้งนั้น อะไรๆ มันมีกันทั้งนั้น ต้องดูที่ตัวเราเอง ถ้าเรารู้ ก็วาง สงบขึ้นเยอะ รู้ทัน พอควบคุมตัวเองได้ จิตใจสบายขึ้น มีอะไรมากระทบก็วางเฉยได้ ไม่ยินดีเกินไป ไม่ยินร้ายต่อสิ่งนั้นมากเกินไป ก็แสดงว่า การปฏิบัติธรรมของเรานั้นได้ผล เราได้เข้าสู่เส้นทางของพระพุทธเจ้าที่จะนำเราไปสู่เสรีภาพอันสูงสุด เสรีภาพสูงสุดก็คือพระนิพพานนั่นเอง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

หมวดหมู่

%d bloggers like this: